ลูกคลั่ง อาการป่วยกำเริบ คว้าไม้เท้าทุบพ่อวัย 85 ปีเสียชีวิต พี่สาวป่วยเหมือนกันบาดเจ็บ ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ตำรวจเข้าเกลี้ยกล่อม ด้าน เพื่อนบ้านแฉพฤติกรรม

วันที่ 25 ก.ย.2565 ร.ต.อ.ปิยะชาติ ครุนันท์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เกาะเปริด รับแจ้งเหตุมีคนถูกชายคลุ้มคลั่งทำร้ายเสียชีวิต ในพื้นที่ ม.3 ต.หนองชิ่ม อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจสืบสวน กำลังตำรวจปราบปราม แพทย์เวรโรงพยาบาลแหลมสิงห์ และกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณป่าหญ้าห่างจากบ้านประมาณ 20 เมตรพบศพ นายประสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 85 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นดิน สภาพสวมเสื้อลายสก๊อตสีดำ กางเกงขาก๊วยสีดำ ตามร่างกายมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณใบหน้า ศีรษะ และตามลำตัวหลายแห่ง เสียชีวิตมาแล้ว 6-7 ชั่วโมง

ลูกคลั่ง อาการป่วยกำเริบ คว้าไม้เท้าทุบพ่อวัย 85 ปีเสียชีวิต พี่สาวป่วยเหมือนกันบาดเจ็บ ในพื้นที่ จ.จันทบุรี

ลูกคลั่ง อาการป่วยกำเริบ คว้าไม้เท้าทุบพ่อวัย 85 ปีเสียชีวิต พี่สาวป่วยเหมือนกันบาดเจ็บ ในพื้นที่ จ.จันทบุรี

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบเศษท่อนไม้สีแดงเปื้อนเลือด แตกหักตกอยู่ และที่บริเวณหน้าบ้าน มีไม้เท้าสีแดง ส่วนปลายมีรอยแตกหัก คาดว่าจะเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ทางตำรวจจึงถ่ายภาพบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุ คือ นายสุวัช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ลูกชายแท้ ๆ ของนายประสิทธิ์ ซ่อนตัวอยู่ในห้อง

ต่อมาตำรวจได้พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวแต่นายสุวัชมีอาการคลุ้มคลั่งโวยวายและขัดขืนไม่ยอมให้จับกุม ทางตำรวจจึงได้ใช้ยุทธวิธีโดยการใช้ปืนไฟฟ้ายิงเข้าไปที่นายสุวัช จำนวน 2 ครั้ง และควบคุมตัวได้สำเร็จ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอำเภอแหลมสิงห์ เพื่อทำการถอดอาวุธและรักษา นอกจากนี้ ที่เกิดเหตุยังพบ นางสีไพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ลูกสาวของผู้ตาย และเป็นพี่สาวของผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีอาการป่วยทางจิต สภาพถูกทำร้ายบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้น

จากการสอบสวน นายประสงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี พี่ชายคนโตของผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ปัจจุบันนายสุวัชมีอาการป่วยทางจิตมานานหลายปีแล้ว โดยพักอาศัยอยู่กับนายประสิทธิ์และพี่สาว ซึ่งป่วยอาการทางจิตเช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้ง 3 คนได้พักอาศัยอยู่ร่วมกัน ส่วนตนทำงานอยู่ต่างพื้นที่ นาน ๆ จะกลับมาบ้านเพื่อนำเงินมาให้ครอบครัว

นายประสงค์ กล่าวต่อว่า ขณะที่นายสุวัชที่ป่วยอาการทางจิตไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงมักเกิดอาการกำเริบคลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของในบ้าน ตลอดจนทำร้ายพ่อและพี่สาวบ่อยครั้ง จนพ่อต้องเก็บอาวุธของมีคมไว้ในห้องส่วนตัว เพื่อไม่ให้น้องชายนำไปก่อเหตุทำร้ายคนอื่น ซึ่งช่วงเกิดเหตุกลางดึกที่ผ่านมา ได้มีนายขวัญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี หลานของผู้ตาย พักอาศัยอยู่บ้านติดกันได้ยินเสียงนายสุวัชเกิดอาการคลุ้มคลั่งโวยวายและคาดว่าจะลงมือทำร้ายนายประสิทธิ์ และนางสีไพร

นายประสงค์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากได้ยินเสียงทุบตีดังหลายครั้ง และได้ยินเสียงร้องดังออกมาจากบ้าน แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือ จนรุ่งเช้าเมื่อออกมาหน้าบ้าน ก็พบนายประสิทธิ์นอนเสียชีวิตอยู่ ขณะที่เพื่อนบ้านได้ไปแจ้งผู้ใหญ่ให้ทราบ และเชิญตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว ทั้งนี้ อยากให้ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำน้องชายไปดูแลรักษาบำบัดอาการทางจิตเป็นการถาวร เพื่อจะไม่ได้กลับออกมาสร้างความเดือดร้อน หรือก่อเหตุกับคนอื่นอีก

ด้าน นางชู (นามสมมติ) อายุ 82 ปี และ นายบอล (นามสมมติ) อายุ 20 ปี สองย่าหลานเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน โดยเฉพาะนายบอลนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวะ กล่าวว่า เห็นนายสุวัชป่วยทางจิตมาตั้งแต่
จำความได้ ที่พบเห็นอาการจะพูดคุยได้เหมือนคนปกติ หากมีอาการกำเริบมักจะส่งเสียงโวยวาย และทำลายข้าวของในบ้าน ตลอดจนจนทุบตีทำร้ายคนในบ้าน จนเห็นเป็นเรื่องปกติ

นายบอล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจจับตัวไปบำบัดรักษา แต่พอกลับมาอยู่บ้านก็มีอาการกำเริบเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ตนไปเรียนยังกลับไม่ถึงบ้าน จึงมักจะโทรมาบอกให้ย่าเข้าบ้านปิดประตูล็อกไว้เสมอ เนื่องจากเกรงความไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ อยากให้ตำรวจหรือโรงพยาบาลพาตัวไปบำบัดรักษาเป็นการถาวร จะได้ไม่กลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีก

อย่างไรก็ตาม คดีเบื้องต้นตำรวจได้ทำการตรวจสอบภายในบ้าน พบถุงยารักษาอาการป่วยทางจิตของผู้ก่อเหตุ ทั้งนี้ จะได้ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน