อธิบดีโยธาฯ รุดตรวจความพร้อมระบบป้องกันน้ำท่วมที่นนทบุรี เตรียมตั้งรับมวลน้ำเหนือเพิ่มระดับสูง
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยนายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดี นายดุษฎี เจริญลาภ โยธาธิการและผังเมืองจ.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนบางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนริมน้ำ จากกรณีน้ำทะเลหนุนสูงและมวลน้ำเหนือเพิ่มระดับสูง

นายพงศ์รัตน์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.นนทบุรี มีปริมาณสูงและน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1.70-2.30 ม. และไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนชาวจ.นนทบุรี ประกอบกับการประเมินฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ในช่วงวันที่ 3 – 9 ต.ค.ประมาณ 449.90 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อน ป่าสักชลสิทธิ์ จากอัตรา 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นอัตรา 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งจะทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักด้านท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ถึงเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น 1-1.20 เมตร บริเวณท้ายเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น 0.40-0.60 เมตร

นายพงศ์รัตน์ กล่าวต่อว่า และจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น 0.25-0.50 เมตร ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านอ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในเกณฑ์ 3,300 -3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับลุ่มน้ำยมเกิดน้ำป่าไหลหลาก และมีน้ำจากแม่น้ำปิงไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการลดผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จากจ.ชัยนาทถึงจ.สมุทรปราการ จึงต้องจัดการบริหารน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ 2,700-2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาบริเวณอ.เมืองชัยนาท และอ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท และอ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.3 เมตร และจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.เป็นต้นไป จากสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้พื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา จ.นนทบุรี ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนบางศรีเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

นายพงศ์รัตน์ กล่าวอีกว่า จึงสั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เตรียมเครื่องมือ เครื่องจักรให้มีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที และตรวจสอบความพร้อมของระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนบางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี พื้นที่คลองอ้อมนนท์ คลองบางกร่าง คลองบางศรีทอง คลองบางกอกน้อย พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในการรับมือกับมวลน้ำเหนือที่จะทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มระดับสูงขึ้น พร้อมกันนี้ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จำนวน 19 เครื่อง และสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ จำนวน 89 เครื่องทั่วประเทศ นอกจากนี้ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และข่าวสารจากหน่วยงานราชการ กรมอุตุนิยมวิทยา การแจ้งเตือนภัยของจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือมวลน้ำเหนือไหลสะสมปริมาณมากและเพิ่มระดับสูงขึ้น