ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี สอบเครียด เสี่ย ป. หลังบุกค้นบ้านเจอ ภาพเปลือยหญิงอายุน้อยเพียบ เร่งกู้ไฟล์ภาพ เผย ยังไม่แจ้งข้อหาเพิ่ม เตรียมฝากขัง
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี นำหมายค้นบุกตรวจสอบบ้านพักของ เสี่ย ป. อายุ 55 ปี ซึ่งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.1 ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี จากการตรวจค้นพบหญิงสาวภายในบ้าน 2 คน และยึดอุปกรณ์กล้องถ่ายรูป การ์ดความจำกล้อง คอมพิวเตอร์ และมือถือ 21 เครื่องเอาไว้ตรวจสอบ เบื้องต้นตำรวจกำลังกู้ไฟล์ภาพทั้งหมด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว : บุกค้นบ้านเสี่ยป. อึ้งพบภาพเปลือยเด็กหญิง เจ้าตัวอ้างหัดถ่ายเล่นๆ
ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 ต.ค.2565 พ.ต.ท.สิงหราช แก้วเกิดมี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้นำตัว เสี่ย ป. มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีทนายความมาร่วมรับฟัง ใช้เวลาสอบปากคำกว่า 1 ชั่วโมง จึงนำตัวออกมาเข้าห้องขังก่อนนำตัวฝากขัง
พ.ต.ท.สิงหราช กล่าวว่า วันนี้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากสอบปากคำตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมอะไร มีเพียง 2 ข้อหา คือ “ครอบครองสื่อลามกอนาจาร” และ “มีอาวุธปืน” จากการตรวจสอบอาวุธ ผู้ต้องหามีใบอนุญาตครอบครองอย่างถูกต้อง และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนคำให้การให้ข้อมูลเป็นประโยชน์หรือไม่ ไม่ขอตอบ สำหรับการกู้ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ยังไม่ได้เพิ่มจากเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมาจากนี้จะนำผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัด โดยคาดว่าผู้ต้องหาจะขอยื่นประกันตัวในชั้นศาลต่อไป
ด้าน นายประนอม อุทรักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ขณะนี้ทางพม. จังหวัดได้ส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาเข้าไปร่วมสอบคัดแยกเด็ก ซึ่งขณะนี้เด็กอยู่ในความปลอดภัยแล้ว เบื้องต้นเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้นำไปสอบปากคำต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ว่าใครเป็นผู้เสียหายบ้าง ซึ่งผลการสอบปากคำนั้น ขณะนี้อยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี สอบเครียด เสี่ย ป. หลังบุกค้นบ้านเจอ ภาพเปลือยหญิงอายุน้อยเพียบ เร่งกู้ไฟล์ภาพ
นายประนอม กล่าวต่อว่า หลังสอบปากคำเสร็จ เราได้พาเด็กไปตรวจร่างกาย จากนั้น พาเด็กไปอยู่ในที่ปลอดภัยโดยความคุ้มครองของเจ้าหน้าที่แล้ว ในช่วงสายของวันนี้จะพาเด็กไปสอบปากคำในชั้นอัยการต่อไป ส่วนเรื่องครอบครัวของเด็ก เราได้เชิญผู้ปกครองมาร่วมรับทราบเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจให้กับตัวผู้ปกครองและเด็กเป็นการเบื้องต้น เพื่อจะได้วางแผนหาแนวทางป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคตต่อไป
นายประนอม กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการป้องกันที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น เราจะเน้นเรื่องสร้างความรักระหว่างครอบครัวของเด็ก หลังจากนี้ทีมนักสังคมสงเคราะห์ลงไปประเมินสภาพครอบครัวของเด็กแต่ละคนเพื่อให้ข้อมูลที่เพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การวางแผนกับครอบครัวป้องกันไม่ให้เด็กกลับไปประพฤตตัวที่ไม่เหมาะสมอย่างที่เคยปฏิบัติมา
