เชียงใหม่ – มหากาพย์กลุ่ม นายทุนสวนส้ม และกลุ่มผู้ใช้น้ำ อ.แม่อายเปิดศึกแย่งน้ำยังยืดเยื้อร่วมยี่สิบปี ขอความชัดเจนจากอุทยานฯ ดำเนินการตามคำสั่งศาล คืนความเป็นธรรมตามกฎหมาย ผู้ใช้น้ำชี้ชัด “รื้อท่อ” ปัญหายุติทันที

นายสมศักดิ์ เขื่อนแก้ว เลขานุการกลุ่มผู้ใช้น้ำตำบลแม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เปิดเผยถึงความคืบหน้าปัญหาการแย่งน้ำใช้ในพื้นที่ว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาสะสมต่อเนื่อง ระหว่างกลุ่มนายทุนสวนส้มกับผู้ใช้น้ำในพื้นที่ของลำห้วยแม่ฮ่างและห้วยแม่สาว ซึ่งเป็นต้นน้ำในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก

โดยกลุ่มสวนส้มที่อยู่เหนือชุมชนต่อท่อดึงน้ำไปใช้จำนวนมาก ทำให้ในฤดูแล้งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เกิดเป็นข้อพิพาทและมีการเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหากันมาตลอด นับตั้งแต่เริ่มมีสวนส้มราวปี 2544

กระทั่งปี 2558 กลุ่มชาวบ้านผู้ใช้น้ำกว่า 1,200 ครอบครัว ใน 16 หมู่บ้าน โดยเฉพาะชาวนาที่มีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 1 หมื่นไร่ ได้รวมกันเข้าร้องเรียนต่อนายอำเภอแม่อายเพื่อขอให้เร่งแก้ไขอีกครั้ง พร้อมกับยื่นหนังสือคู่ขนานไปยังอุทยานแห่งชาติผ้าห่มปกและหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการร้องเรียนก็มีข้อพิพาทย่อยเกิดขึ้น มีการฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวโยงกันมาตลอด เช่น กลุ่มผู้ประกอบการสวนส้มแจ้งดำเนินคดีชาวบ้านที่ไปรื้อถอนท่อน้ำในลำห้วย หัวหน้าอุทยานฯ แจ้งดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับชาวบ้าน

รวมทั้งประเด็นสำคัญคือคำสั่งทางปกครองของอุทยานแห่งชาติที่ให้ผู้ประกอบการสวนส้มรื้อถอนท่อน้ำในลำห้วย แต่ผู้ประกอบการได้ร้องต่อศาลให้ทุเลาคำสั่งทางปกครองดังกล่าว

ต่อมาในเดือนธันวาคม 2564 ศาลปกครองพิพากษาว่า คำสั่งทางปกครองดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกร้องต้องปฏิบัติตาม และอุทยานฯ สามารถดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวโดยชอบ แต่กลุ่มสวนส้มได้พยายามอุทธรณ์หาแนวทางที่จะไม่รื้อถอนท่อส่งน้ำ เพราะจะกระทบกับสวนส้มอย่างหนัก ทำให้การแก้ไขปัญหายืดเยื้อมาตลอด

ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 อุทยานแห่งชาติฯได้ทำหนังสืออ้างถึงคำสั่งศาลปกครองดังกล่าว ให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสวนส้มทำการรื้อถอนท่อภายใน 7 วัน หากไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะเข้าดำเนินการและสวนส้มต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

“จนถึงขณะนี้ชาวบ้านและชาวนาก็ปรึกษากัน และได้ทวงถามความคืบหน้าจากทางอุทยานฯ เพราะเวลาก็ล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว หากยังไม่ดำเนินการ ก็จะปรึกษาทนายความเพื่อร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของอุทยานฯ ต่อไป โดยในระหว่างนี้ยังรอผลของอีกช่องทางหนึ่ง นั่นคือกรณีที่ชาวบ้านผู้ใช้น้ำได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้มีคำสั่งให้ทางอุทยานฯ ดำเนินการตามคำสั่งปกครองในทันที จริง ๆ แล้วไม่มีเรื่องอะไรที่อุทยานฯ จะไม่สามารถทำได้ เพราะศาลก็มีคำสั่งออกมาแล้วว่า คำสั่งทางปกครองนั้นถูกต้องด้วยกฎหมาย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ในเรื่องดังกล่าว”

ด้านนายสมชาย สุวรรณ์ นายก อบต.แม่สาว กล่าวว่า สาเหตุหลักของปัญหาการแย่งใช้น้ำในพื้นที่ มาจากการที่กลุ่มผู้ประกอบการสวนส้มหลายรายได้นำท่อพีวีซีหลายขนาดไปดูดน้ำจากลำห้วยที่อยู่ต้นน้ำเหนือหมู่บ้าน เพื่อดึงเข้าไปใช้ในสวนส้มขนาดใหญ่ ทำให้ชาวบ้านและชาวนาที่อยู่ท้ายน้ำได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง ที่ผ่านมามีการหาแนวทางร่วมกันทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหา

ทั้งการลงทะเบียน การไกล่เกลี่ยลดปริมาณและขนาดของท่อ แต่สุดท้ายไม่ได้ทำตามข้อตกลง ขณะเดียวกันก็มีการยื่นเรื่องไปทุกที่ ทั้ง ปปท. ดีเอสไอ ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย แต่การแก้ไขปัญหาไม่มีความคืบหน้า

ถึงวันนี้การแก้ปัญหาต้องเห็นเป็นรูปธรรม ปัญหาจะยุติทันทีถ้ามีการรื้อท่อทั้งหมดของทุกคนที่ใช้น้ำอยู่ เพราะถ้าว่าด้วยระเบียบกฎหมายจริงๆ ปัญหานี้น่าจะยุติไปนานแล้ว การที่ปัญหายังคงยืดเยื้ออยู่และยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทำให้ชาวบ้านสงสัยเป็นอย่างมากว่า เรื่องนี้มีเบื้องหลังอะไรหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน