‘จ้าว เหว่ย’ เปิดใจครั้งแรกรอบ 15 ปี ลั่นไม่เกี่ยว กลุ่มธุรกิจจีนสีเทาในไทย ถามกลับ ‘ชูวิทย์’ เป็นใคร ขอหยุดโยนหมวกเจ้าพ่อยาเสพติด หรือมาเฟียให้

วันที่ 3 ธ.ค.2565 ที่ หอพระราชวังจำลอง เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว จ้าว เหว่ย ประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ ให้สัมภาษน์กับผู้สื่อข่าว กรณีถูกพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนสีเทาในประเทศไทย และการถูกขึ้นแบล็กลิสต์สจากสหรัฐอเมริกา

จ้าว เหว่ย กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่ถูกพาดพิงไปเกี่ยวข้องกับข่าวกลุ่มทุนจีนสีเทาในประเทศไทยเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา มักถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพล และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการออกมาพูดอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 15 ปี เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ ปัจจุบันได้ถูกพัฒนาไปไกลมากแล้วโดยได้ร่วมกับรัฐบาล สปป.ลาว ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมไปถึงการป้องกัน และปราบยาเสพติด

“ตั้งแต่ที่เข้ามาพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ เมื่อปี 2550 มักจะถูกคนภายนอกว่าเป็นพื้นที่สีเทา แหล่งค้ายาเสพติด แหล่งฟอกเงิน และแหล่งอาชญากรรมต่างๆ เพราะมีบ่อนกาสิโน“คิงส์โรมัน” ตั้งอยู่ด้วย แต่หากได้เข้ามาสัมผัสแล้ว จะเห็นว่า “บ่อนกาสิโน” คือส่วนหนึ่งของการลงทุนเท่านั้น ปัจจุบันมีกลุ่มทุนสิงค์โปร์ เข้ามาเช่าเพื่อบริหารในระยะยาวเปลี่ยนชื่อมาเป็น ALLUXI CASINO มีนายทุนชื่อ “สกาย”ชาวสิงค์โปร์วัย 49 ปี เป็นคนบริหารบ่อนกาสิโน” จ้าวเหว่ยกล่าว

จ้าว เหว่ย กล่าวอีกว่า ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ คือ เมืองใหม่ที่มีเป้าหมายจะเติบโตระดับโลก เรามาไกลเกินกว่าพื้นที่สีเทา ที่ใครหลายคนมักเข้าใจผิดมาโดยตลอด บางคนที่พูดถึงเรายังไม่เคยเข้ามาเห็นว่าภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นอย่างไร

ดังนั้น จึงไม่เสียเวลาไปอธิบายในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องจริง ทุกคนที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำรู้ดี เช่นเดียวกับกับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนก็รู้ดี รัฐบาล สปป.ลาว ก็รู้ว่าเรามีเป้าหมายในการพัฒนาอย่างไร จึงไม่จำเป็นที่ต้องออกมาแก้ข่าว แต่ให้ทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเครื่องพิสูจน์

ในกรณีของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ที่ออกมากล่าวหาว่า อยู่เบื้องหลังกลมทุนจีนสีเทาในประเทศไทย จ้าว เหว่ย ปฎิเสธและถามกลับว่า “ชูวิทย์เป็นใคร” ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยสนิทสนม และไม่เคยพบปะ ทำไมถึงมาใส่ร้ายพาดพิง มีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ตนเป็น นักธุรกิจชาวจีนคนหนึ่งที่เข้ามาพัฒนาพื้นที่ให้มีความเจริญ และมั่งคั่ง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาอ้างชื่อไปเกี่ยวกับกับกลุ่มทุนสีเทาตามที่ เป็นข่าวในประเทศไทย และพยายามเชื่อมโยงให้เกี่ยวข้องกับ 5 เสือมังกร โดยอ้างว่ามาเกี่ยวข้องกับตนนั้นแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะนักลงทุนจีนมีทั่วโลก

หากจะกล่าวอ้างกัน ต้องมีหลักฐานมาพิสูจน์ อย่ามาพูด เพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันไม่ยุติธรรมสำหรับตน ทุกวันนี้เขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ใช่ดินแดนสนธยาตามที่ใครเข้าใจ แต่มีความปลอดภัย พร้อมต้อนรับทุกคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวอยากให้เข้ามาท่องเที่ยว มีความปลอดภัย และยังได้สัมผัสทั้งแหล่งท่องเที่ยว ชิมอาหาร และวิถีชีวิตของคนจีน และคนลาว

ส่วนกรณี สหรัฐอเมริกาขึ้นแบล็กลิสต์ นั้นไม่ได้ให้ความสนใจอะไร และมองว่า สหรัฐอเมริกา พยายามบอกกล่าวให้คนทั่วโลกเข้าใจผิดมาโดยตลอด พยายามใส่หมวกให้คนอื่นเป็นมาเฟีย หรือค้ายาเสพติด มันไม่ยุติธรรม เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมคำในวันนี้ คือ พื้นที่สีขาว มีความปลอดภัย และเป็นแหล่งลงทุน ที่ในอนาคตจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่ใครๆ ก็ไม่ควรจะมองข้ามอีกต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน