“วราวุธ” ติดตามขับเคลื่อนแผนแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่อง เน้นมาตรการ “ชิงเก็บ ลดเผา” ป้องกันและลดการเกิดไฟป่าในประเทศไทย พร้อมดำเนินมาตรการควบคู่ทุกมิติ
23 ธ.ค. 65 – ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

โดยที่ประชุมได้พิจารณาการขับเคลื่อนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 หลังมวลอากาศเย็นแผ่ปกคลุม และอยู่ในสภาวะลมสงบนิ่ง ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรฯ ประสานกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ร่วมกันติดตามแก้ไขปัญหา และยกระดับปฏิบัติการขับเคลื่อนในเชิงรุก ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการอื่น ๆ ให้ครอบคลุมพื้นที่เมือง พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ป่า พร้อมแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงวัย และสตรีมีครรภ์ ที่อาจได้รับผลกระทบทางสุขภาพ
นายวราวุธ เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรฯ มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อน ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มาตลอด ทำให้ 2 ปีที่ผ่านมาการเผา และจุดความร้อนในประเทศไทย ลดลงไปกว่า 80% แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงเรื่องปริมาณจุดความร้อนในประเทศไทย ที่อาจจะเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2566
จึงได้เร่งเข้าไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ “ชิงเก็บ ลดเผา” ให้กับประชาชนทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคเหนือ ที่มีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ มีการสะสมของเชื้อเพลิงจำนวนมาก ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการเก็บเชื้อเพลิงเหล่านี้มาอัดเป็นก้อน ทำเป็นเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย RDF ขายให้กับโรงงานต่าง ๆ แปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานอื่นๆ
ดังนั้นในปี 2566 ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกๆ คนเพื่ออากาศบริสุทธิ์ของพวกเรา เพื่อจะได้ไม่มีหมอกควันไฟป่า และลดการเกิดปริมาณฝุ่น PM2.5 ที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศ
นายวราวุธ ยังกล่าวด้วยว่า หัวใจสำคัญของการเกิดฝุ่น PM2.5 มากหรือน้อย หรือสะสมเกินปริมาณ คือการเคลื่อนตัวของอากาศ โดยประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อพยากรณ์สภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ว่าจะเกิดอากาศกดทับ มีการเคลื่อนที่ของกระแสลมมากน้อยเพียงใด เพราะถ้าเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้นมา จะทำให้เกิดการสะสมของฝุ่น PM2.5 และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้ จึงขอให้ร่วมกันติดตามข่าวสารและพยากรณ์สภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมควบคุมมลพิษ อย่างใกล้ชิดด้วย
รมว.ทส. ระบุอีกว่า ขณะที่การควบคุมฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่เมือง ก่อนหน้านี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีมาตรการทั้ง การบังคับใช้กฎหมาย การเข้มงวดตรวจวัดควันดำ การตรวจสภาพและบำรุงรักษารถยนต์ รวมถึงการขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมัน นำน้ำมันกำมะถันต่ำออกมาจำหน่ายในราคาปกติ ในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล