สผ.รับข้อเสนอ 4 ตำบล อ.ปะทิว ทบทวนการกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมฯ จังหวัดชุมพร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยการบริหารจัดการพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานโนบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ชี้แจงว่าตามที่มีกลุ่มประชาชนในพื้นที่ 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.ปากคลอง ต.ชุมโค ต.บางสน และต.สะพลีอ.ปะทิว จ.ชุมพร และพื้นที่ใกล้เคียง ยื่นเรื่องคัดค้านการออกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่ตำบลปากคลอง ตำบลชุมโค ตำบลบางสนและตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 65 ซึ่งปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ยังไม่ได้มีการลงนามในร่างประกาศดังกล่าวจึงยังไม่มีผลบังคับใช้ และกระทรวงทรัพยากรฯ มอบหมาย สผ. พิจารณาข้อคัดค้านดังกล่าว

ต่อมา สผ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปชี้แจงทำความเข้าใจถึงความเป็นมา ประโยชน์ ผลกระทบในการกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ที่ห้องประชุมศาลาประชาคมอำเภอปะทิว เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 65 โดยมีผู้แทนภาคประชาชนกลุ่มประมงปะทิวคลองบางสนและใกล้เคียง เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนอำเภอปะทิว รวมทั้งผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังข้อชี้แจง ทั้งนี้การออกร่างประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ฯ มีการดำเนินการโดยลำดับดังนี้

พ.ศ. 2552 จังหวัดชุมพร ได้ประสานงานมายัง สผ. ให้พิจารณาพื้นที่หาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร และใกล้เคียง เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งทรัพยากรสัตว์น้ำ ป่าชายเลน ชายหาด พื้นที่แนวสันทรายโบราณ มีความเสี่ยงจากกิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2552-2553 สผ. ศึกษารวบรวมข้อมูลสภาพปัญหาและความสำคัญของพื้นที่ โดยมีการประชุมรับฟังความเห็นรายตำบลทั้ง 4 ตำบล ในอ.ปะทิว
พ.ศ.2554-2556 จังหวัดชุมพรแต่งตั้งคณะทำงานจัดการคุณภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตชายฝั่งทะเลอำเภอปะทิว (ซึ่งมีองค์ประกอบมาจากผู้แทนภาคประชาชนและจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง) และมีพิจารณาการจัดทำร่างมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอีกหลายครั้ง ก่อนเสนอมายัง สผ.

พ.ศ.2557-2559 สผ.จัดทำร่างประกาศฯ เสนอ ตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กก.วล.) และผ่านการพิจารณาจาก กก.วล. ก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 60
พ.ศ.2560-2564 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาร่างประกาศฯ ก่อนที่จะเสนอร่างประกาศฯ ที่แล้วเสร็จต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 65
ทั้งนี้ ผู้คัดค้านมีความวิตกกังวลว่าหากมีการประกาศบังคับใช้ร่างประกาศฉบับดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพต่าง ๆ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ในเขตอำเภอปะทิวโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน โดย สผ. ยืนยันว่ามาตรการห้ามเครื่องมือประมงเป็นเครื่องมือถูกห้าม ในกฎหมายว่าด้วยการประมงอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการทำประมงพื้นบ้าน

อย่างไรก็ตาม เพื่อลดข้อกังวลของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ สผ. จะได้รวบรวมประเด็นข้อเรียกร้อง มาพิจารณาทบทวนกับร่างประกาศกระทรวงฯ อีกครั้ง เพื่อให้ร่างประกาศกระทรวงฯ เกิดความเหมาะสมในรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ทั้งนี้ สผ. จะดำเนินการลงพื้นที่ทั้ง 4 ตำบล เพื่อหารือและการสร้างความเข้าใจเกี่ยวออกประกาศกระทรวงดังกล่าว เป็นรายตำบลทั้ง 4 ตำบล โดยคาดว่าดำเนินการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2566 และเมื่อได้ข้อยุติร่วมกันแล้ว สผ. จะหารือกับจังหวัดชุมพรและ จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนการออกประกาศกระทรวงฯ ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ต่อไป
เลขาธิการ สผ. ขอให้ความมั่นใจว่าการกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นกลไกทางกฎหมายอย่างหนึ่งที่นำมาใช้เพื่อแก้ไข ฟื้นฟู ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่มิให้เสื่อมสภาพลง ตลอดจนเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการใช้ประโยชน์พื้นที่ได้อย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนต่อไป