“รมต.วราวุธ” เร่งสอบปม อธิบดีกรมอุทยานฯ รับส่วย หากผิดจริง ตั้ง คกก.สอบวินัยร้ายแรง ภายใน 60 วัน พร้อมจ่อฟ้องคนพาดพิงเอี่ยวรับส่วย
4 ม.ค. 65 – ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการสอบสวนข้อเท็จจริง นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรียกรับผลประโยชน์จากข้าราชการหน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่า

เบื้องต้นหลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการสอบสวนอดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ มีคืบหน้าไปมาก และใกล้ครบกรอบเวลาที่กำหนดแล้ว ขณะเดียวกันในส่วนราชการได้ร้องขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงขึ้นมาตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย จึงมอบหมายให้ปลัดทส. ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. กล่าวว่า หลักการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง ต้องดำเนินการหลังการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะมีกรอบระยะเวลาเวลาไม่เกิน 60 วัน ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบของกระทรวงอยู่แล้ว ควบคู่กับตรวจสอบการโยกย้ายตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทั้งหมด โดยเฉพาะการระบุเหตุผลและความจำเป็นในการขอย้ายอย่างละเอียด เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
สำหรับกระบวนการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและผู้เสียหายอยู่ในขั้นตอนการสอบปากคำของ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ซึ่งวันนี้ (4 ม.ค.66) มีการเชิญหัวหน้าอุทยานแห่งชาติประมาณ 5 – 6 แห่ง และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เข้าให้ปากคำข้อเท็จจริง
ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการ และกลุ่มเอ็นจีโอ กล่าวพาดพิงว่าเงินที่เรียกรับจะถูกส่งไปให้กับรัฐมนตรีทส. และปลัดทส.ด้วยนั้น นายวราวุธ ยืนยันว่า หากพาดพิงโดยไม่มีหลักฐานจะดำเนินการฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาท และขอให้นำข้อเท็จจริงมาพูดคุยกันอย่าเพียงแค่ใช้คำพูดลอยๆ เท่านั้น เพราะเงินดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาที่ไป
ส่วนข้อเสนอจาก มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ให้กระทรวงฯ ลงไปดูผู้ที่ถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม นายจตุพร กล่าวว่า จะลงไปดูทั้งหมด แต่การแต่งตั้งโยกย้าย อำนาจของอธิบดีก็จะพิจารณาจากความเหมาะสม หลังจากนี้จะต้องไปตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด