ครูสาว กระโดดเกาะรถขวางสามีระดับ ผอ.เขต ทิ้งลูก-ทำร้ายเมียต่อหน้าแม่ยาย แฉพฤติกรรม เจอท้ากลับมีทะเบียนสมรสก็ทำอะไรไม่ได้ อ้างรู้จักคนเยอะ
วันที่ 5 ม.ค.2566 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.เบญจวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ปัจจุบัน อาชีพครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ ว่า ถูกสามีตามทะเบียนสมรสที่อยู่กินกันมา 3 ปี ทำร้ายร่างกาย ตีตัวออกห่าง ทิ้งตนเองและลูก พร้อมหนี้สินไว้ พร้อมนำคลิปหน้ารถที่ตนเองกระโดดเกาะหน้ารถสามีตอนทะเลาะกันก่อนลงมาโดนทำร้าย
น.ส.เบญจวรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันสามีของตนดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งหนึ่ง ได้คบหาจดทะเบียนสมรสกัน มีบุตร 1 คน อายุ 1 ขวบ 10 เดือน โดยก่อนหน้านี้เดือน พ.ย.2562 สามีซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็น รอง ผอ.เขต ได้ส่งข้อความจีบ เอาอกเอาใจจนตนหลงเชื่อและหลงรัก ก่อนตกลงคบหากัน
น.ส.เบญจวรรณ กล่าวต่อว่า จากนั้น กลางปี 2563 ตนตั้งท้อง ก็ใช้ให้ตนไปทำแท้ง พยายามทำทุกวิถีทาง ซึ่งทางสามีขณะนั้นที่กำลังจะสอบขึ้นเป็น ผอ.เขต ด้วยกลัวจะกระทบตำแหน่ง จึงไปจดทะเบียนสมรสกับตน และอยู่กันมา จนได้ตำแหน่ง ผอ.เขต ก็เริ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ ชอบชวนทะเลาะ ไปประชุมต่างจังหวัดจะปิด ไม่ให้ออกงาน ไม่เคยไปพบปะสังคมด้วยกัน เหมือนคนเป็นเมียน้อย
น.ส.เบญจวรรณ กล่าวอีกว่า ซึ่งภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดหน้ารถ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.65 ตนและสามีได้ทะเลาะกันเรื่องเงิน สามีพยายามจะขับรถเก๋งออกจากบ้าน ตนพยายามวิ่งห้ามจนถูกรถลาก ต้องช่วยตัวเองกระโดดขึ้นกระโปรงรถ ซึ่งสามีพยายามขับอย่างเร็วเพื่อเบรกรถให้ตกลงมาจากรถ และได้ทุบตีทำร้ายร่างกายต่อหน้าแม่
น.ส.เบญจวรรณ กล่าวว่า แม่เห็นทนไม่ได้ จึงใช้ไม้กวาดก้านมะพร้าวทุบที่สามีตน สามีได้ใช้เท้าถีบแม่ และพยายามหลบหนีไป ตนได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.พระแสง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันเกิดเหตุก็ไม่สามารถติดต่อได้ ถูกปิดกั้นทั้งเบอร์โทรศัพท์ แอพพลิเคชั่นไลน์ และที่ทำงาน มีเพียงเลขาหญิงที่ติดต่อมา ทิ้งลูก และหนี้สินไว้
น.ส.เบญจวรรณ กล่าวด้วยว่า และยังท้าจะฟ้องหย่าตนเอาลูกไปเลี้ยง อยากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพฤติกรรม และกำลังเตรียมเอกสารจะเดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อขอให้การช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว
“หลังจากที่สามีได้รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ ประมาณ ตุลาคม 64 พฤติกรรมก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เริ่มชวนทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย ไม่ค่อยกลับบ้าน ในเรื่องเพศสัมพันธ์จากที่มีความต้องการทุกคืนแม้จะมีประจำเดือน ก็จะไม่ยุ่ง และพยายามตีตัวออกห่าง ให้เลขาติดต่อมาเท่านั้น ส่วนบันทึกข้อตกลงที่สามีทำ เราไม่เซ็นรับเด็ดขาด เพราะเป็นการเอาเปรียบ แม้สามีจะอ้างว่าตนเองไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะรู้จักคนใหญ่โตมากมายที่เป็นแบล็กหลังอยู่” น.ส.เบญจวรรณ กล่าว
น.ส.เบญจวรรณ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้หน่วยงานต้นสังกัดเข้ามาดูแลเรื่องนี้ ส่วนด้านความสัมพันธ์ตนก็ไม่คิดจะกลับไปเป็นครอบครัวแล้ว ตอนนี้ทำได้แค่พยายามอ่านหนังสือสอบให้สามารถบรรจุครูให้ได้ เพราะโดนสามีดูถูกไว้ว่า เป็นแค่ลูกจ้าง
ด้าน นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะกรรมาธิการการศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เท่าที่ทราบเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในครอบครัวแต่หากผลการสอบสวน ออกมาส่งผลกระทบถึงหน้าที่การงานจะต้องดำเนินการทางด้านวินัยต่อไป



