กัน จอมพลัง พาย่าด.ช.14 ร้องตร. หลังถูกแม่-น้าคู่กรณี วัย16 บุกแทงในโรงเรียน ขณะที่ทางตำรวจ ได้ออกหมายจับฝั่งผู้ก่อเหตุแล้ว

วันที่ 10 ม.ค.2566 ที่สภ.เดิมบางนางบวช นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พานางรัตนา ย่าของด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ผู้บาดเจ็บ เข้าแจ้งความพร้อมติดตามความคืบหน้าคดี หลังหลานชาย ถูกแม่และน้าของคู่กรณี วัย 16 ปี บุกเข้ามาแทงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี

กัน จอมพลัง เปิดผยว่า วันนี้พาผู้เสียหายมาร้องขอความเป็นธรรม หลังแม่และน้าของผู้ก่อเหตุ พาผู้ก่อเหตุวัย 16 ปี มาแทงหลานวัย 14 ปี ซึ่งผู้ก่อเหตุไม่ได้เรียนที่นี่ หลังจากเกิดเหตุ มีการถ่ายกองเลือดและมีดไปลงสตอรี่เพื่อโชว์ในเฟซบุ๊ก และยังมีการนำคลิปปาระเบิดมาแชร์ ในส่วนของผอ.โรงเรียน ที่ให้ผู้บาดเจ็บขึ้นรถจยย.เพื่อน ไปปฐมพยาบาลที่สถานีอนามัย โดยมีครูท่านหนึ่งวิ่งไปเอากุญแจรถให้ไปรพ. สิ่งที่แม่สงสัยคือโรงเรียนปล่อยให้ผู้ก่อเหตุเข้ามาได้อย่างไร และเหตุใดจึงยังจับผู้ก่อเหตุ ไม่ได้

เบื้องต้น ได้ประสานผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมมาคุ้มครองพยาน เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยครอบครัวของผู้บาดเจ็บ ประสาน สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ให้ดูแลเรื่องพักการเรียนของกลุ่มผู้ก่อเหตุ และพมจ.สุพรรณบุรี ให้มาดูแลเรื่องการรักษาผู้บาดเจ็บ โดยวันนี้จะพายายผู้เสียหายเดินทางไปติดต่อกล้องวงจรปิดที่โรงเรียน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนอ้างว่า ให้มาแจ้งความกับตำรวจก่อน

ขณะที่ นางรัตนา ย่าของผู้บาดเจ็บ เล่าว่า รู้สึกไม่สบายใจหลังหลานโดนแทง และเสียใจที่ทางโรงเรียนไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเต็มที่ และครูที่โรงเรียนไม่พาหลานขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล กลับให้ซ้อนจักรยานยนต์เพื่อนไปอนามัย เพราะกลัวรถเปื้อนเลือดเด็กหรือไม่ ส่วนอาการของหลานล่าสุดดีขึ้นมากแล้ว แต่ตอนหลานถูกแทงอาการสาหัส แทงโดนเฉพาะจุดสำคัญ คาดว่าจงใจเอาถึงชีวิต

ตนรู้สึกโชคร้ายที่มาเจอแบบนี้ ขอให้เวรกรรมตามสนองกลุ่มคนก่อเหตุ ส่วนที่ยังคาใจคือ ผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุอ้างว่าไปรับลูก แต่เข้าไปรับตอน 10:00 น. แต่โรงเรียนเลิกตอนเย็น และนำอาวุธมาด้วย ส่วนปมในการก่อเหตุทราบมาว่า น้องชายผู้ก่อเหตุเคยมีเรื่องกับหลานมาก่อน ก็มองว่าการก่อเหตุรุนแรงเกินไป

ส่วนทางด้านโรงเรียน ชี้แจงว่า ในวันก่อเหตุ ได้มีรถจยย. ขับเข้ามา 2 คัน โดยเป็นผู้ก่อเหตุ 1 คันมีเพื่อนซ้อนมาด้วย ไม่ได้แต่งชุดนร. ส่วนผู้ปกครอง ก็ขับมาอีกคัน สวมใส่หมวกกันน็อก โดยก่อนเกิดเหตุได้มีเหตุการณ์ชุลมุนตามภาพกล้องวงจรปิดที่รร. แล้วขับรถจยย.หลบหนีไป

โดยเด็กกลุ่มนี้เคยมีปัญหากัน มาก่อน และทะเลาะวิวาทกันหลายครั้ง สำหรับตัวผู้ก่อเหตุนั้นมีปัญหาวิวาทคู่กรณีหลายครั้ง จึงได้ให้ผู้ปกครองรับตัวไปรักษา ด้านสุขภาพจิต ก็ไม่ได้มารร.ประมาณ 1 เดือนแล้ว ได้ไปรักษาที่ จ.ปทุมธานี จนมาก่อเหตุวันดังกล่าว ส่วนสาเหตุการก่อเหตุคาดว่า มีปัญหากันในกลุ่ม ระหว่างผู้เสียหาย

ด้าน พ.ต.อ.นิกร ด้วงฉุน ผกก.สภ.เดิมบางนางบวช ระบุว่า ผู้ก่อเหตุและผู้บาดเจ็บมีปัญหา และเกิดการกระทบกระทั่งกันมาบ่อยครั้ง กระทั่งวันเกิดเหตุ นาย บี นามสมมติ อายุ 16 ปี ผู้ก่อเหตุ ที่เคยเรียนในโรงเรียนที่เกิดเหตุได้เพียงแค่หนึ่งเทอม กับเพื่อนที่เป็นเด็กชายวัย 14 ปี พร้อมด้วยน้าและแม่ได้ เข้าไปที่โรงเรียน เพื่อจะไปเคลียร์ปัญหากับเด็กอายุ 14 ปี ที่ถูกทำร้าย

แต่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเคลียร์ปัญหากันได้ จึงเกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่นายบี ใช้มีดแทงผู้บาดเจ็บ และเกิดเหตุชุลมุนทำร้ายร่างกายกัน ระหว่างแม่และน้าของผู้ก่อเหตุ กับกลุ่มผู้บาดเจ็บ จากนั้นผู้ก่อเหตุและเพื่อนอีกหนึ่ง ก็ขี่รถจักรยานยนต์หนีออกไป โดยหลังเกิดเหตุ ตำรวจได้ไปติดตามตัวผู้ที่ก่อเหตุและทราบว่าได้หนีออกนอกพื้นที่ในวันเดียวกันทันที

ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ เยาวชนอายุ 16 ปี ผู้ก่อเหตุ และ เด็กชายวัย 14 ปี เพื่อนแล้ว ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า ซึ่งฝ่ายสืบสวนทราบเบาะแสว่าหนีไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ทางโรงเรียนจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุในข้อหาฐานบุกรุกด้วย

ส่วนที่มีคลิปปรากฏว่าหลังเกิดเหตุแล้วผู้ก่อเหตุไปขว้างปาระเบิดข่มขู่ผู้เสียหายนั้น จากการตรวจสอบ พบว่า เกิดเหตุขึ้นที่ในจังหวัดปทุมธานีไม่ใช่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีแต่อย่างใดส่วนที่ฝ่ายผู้เสียหายตั้งข้อสงสัยว่า มีตำรวจที่ดูแลคดีมีนามสกุลเดียวกันกับผู้ก่อเหตุนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่นามสกุลเดียวกัน แต่นามสกุลคล้ายกัน ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ทางตำรวจยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในการดำเนินคดีนี้ อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน