จับแล้ว ร่วมวางเพลิงร้านไม้ ชาวบ้านอึ้ง หนึ่งในแก๊ง ใส่ชุดกู้ภัยไปร่วมดับ มูลเหตุยิ่งชวนสงสัย จะเผาร้านอื่น แต่ดันมาร้านนี้ ตำรวจเร่งขยายผลโดยเร็ว
วันที่ 12 ม.ค. 2566 พ.ต.อ.พรัชต์ศรุต วัชรธนโยธิน ผกก.สน.ลาดกระบัง เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมกันวางเพลิง ร้านขายไม้ บริเวณถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ มุ่งหน้าคลังสินค้า เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาที่วางเพลิงได้ขี่จยย.มากันทั้งหมด 5 คน โดยมีผู้ต้องหา 1 คนลงจากรถ เพื่อไปจุดไฟเผา ก่อนหลบหนีไป ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ ตำรวจจะต้องสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ด้วยหรือไม่
พ.ต.อ.พรัชต์ศรุตเผยต่อว่า ทางผู้ต้องหาที่จุดไฟเผานั้น เพิ่งพ้นโทษออกจากคุก ก่อนจะเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุร่วมกับพวก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลว่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด ลงมือด้วยสาเหตุใด ส่วนกระแสข่าวว่า ทางหนึ่งในกลุ่มคนร้ายยังแฝงกายมาใส่ชุดกู้ภัยร่วมดับเพลิงในวันเกิดเหตุนั้น ก็จะเป็นประเด็นที่ต้องสอบสวนขยายผลต่อไป
ทั้งนี้ตำรวจจับกุมนายบุญมี (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี คนเผา และนายอานนท์ (สงวนนามสกุล)อายุ 36 ปี คนขี่ จยย.
อ่านข่าว ช้ำสุด! ไฟไหม้ร้าน คาดถูกวางเพลิง ไปโรงพัก ตร.ไม่รับแจ้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงเช้าวันนี้ ตำรวจสน.ลาดกระบังพาตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 รายที่เกี่ยวข้องกับเหตุจุดไฟเผา มาที่จุดเกิดเหตุ เพื่อทำแผนชี้จุด จากการสอบสวนผู้ต้องหาที่ลงมือวางเพลิงนั้น พบว่าเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมาได้เพียง 5 วัน ส่วนสาเหตุการเผานั้น เจ้าตัวอ้างว่า ต้องการไปเผาร้านไม้แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านเกิดเหตุ
เรื่องนี้สร้างความแปลกใจให้กับชาวบ้านบริเวณนั้นอย่างมาก เพราะมีผู้ต้องหารายหนึ่ง เป็นคนรับซื้อเศษไม้ เพื่อนำไปทำถ่าน และรู้จักกับคนในละแวกดังกล่าวเป็นอย่างดี แถมยังรู้จักกับเจ้าของร้านที่ถูกเผาด้วย ซึ่งเจ้าตัวเป็นคนขี่จยย.พามาเผา ทั้งที่ก็รู้ว่าเป็นคนละร้าน สร้างความสงสัยว่า การลงมือก่อเหตุนี้ทำไปเพื่ออะไรกันแน่

นอกจากนี้ทางชาวบ้านบริเวณดังกล่าว ยังจำได้ว่าผู้ต้องหาหัวโจกยังใส่ชุดกู้ภัย มาร่วมดับเพลิงในวันเกิดเหตุด้วย ทำให้ขณะนี้มีเจ้าของร้านไม้ในละแวกดังกล่าว ซึ่งเคยถูกไฟไหม้เสียหายหลายล้านบาท เดินทางมาให้สอบถามความคืบหน้าจากตำรวจสน.ลาดกระบัง เพราะสงสัยว่าเหตุที่เกิดกับตนนั้น อาจจะเป็นการวางเพลิง และผู้ต้องหาทั้งหมดนี้มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการไขข้อเท็จจริงต่อไป