นักธุรกิจคาใจ ของหายจากล็อกเกอร์10ล้าน ฟิตเนสไม่รีบดูกล้อง จะรับผิดชอบยังไง ยันมูลค่าทรัพย์สินที่หายไป ไม่โอเวอร์ เป็นราคาที่ซื้อมาจริง

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 12 ม.ค.2566 ที่สภ.เมืองนนทบุรี นายสาธิต วัฒโน อายุ 35 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้เสียหาย เดินทางพบ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม หลังไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 ม.ค.2566 แล้วทรัพย์สินและเครื่องประดับส่วนตัว ที่ถอดเก็บไว้ภายในตู้ล็อกเกอร์ของฟิตเนส มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ถูกคนร้ายขโมยไป

โดยทรัพย์สินเครื่องประดับที่ถูกคนร้ายขโมยไปจากตู้ล็อกเกอร์ ประกอบไปด้วย 1.นาฬิกา ยี่ห้อโรเล็ต daydate หน้าปัด 40 มิล สีแดงเลือดหมูอยู่ด้านใน ราคาประมาณ 1 ล้านบาท 2.เลสข้อมือทองคำฝังเพชร 1 เส้น ราคาประมาณ 1.5 ล้านบาท 3.แหวนทองคำฝังเพชรชุบเป็นทองคำขาว 1 วง ราคาประมาณ 1 ล้านบาท 4.สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาประมาณ 9 หมื่นบาท

5.พระเครื่องเลี่ยมทอง 3 องค์ มีพระสมเด็จวัดระฆังเลี่ยมทอง 1 องค์, ครุฑทองคำเลี่ยมทอง, พระหลวงพ่อโตเลี่ยมทอง 1 องค์ ราคารวมประมาณ 8-10 ล้านบาท 6.เสื้อเชิ้ตแขนยาว สีน้ำเงิน-คราม ราคาประมาณ 1 พันบาท 7.กางเกงขายาว สีเทา ราคาประมาณ 1 พันบาท 8.เข็มขัดหนัง Hermes ราคาประมาณ 3 หมื่นบาท 9. กุญแจรีโมตรถยนต์ ยี่ห้อ BMW ราคาประมาณ 2 หมื่นบาท 11.พวงกุญแจหลุยส์วิกตอง 1 พวง 1 หมื่นบาท 11. กระเป๋าออกกำลังกาย Underarmour ราคา 1 พันบาท

นายสาธิต เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุช่วงเย็น ตนเดินทางไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแห่งนี้ตามปกติ โดยได้ถอดเครื่องประดับประจำตัวใส่เก็บไว้ในตู้ล็อกเกอร์ จากนั้นจึงไปออกกำลังกายได้ประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อกลับมาเปิดตู้ล็อกเกอร์ที่เก็บทรัพย์สินไว้พบว่า มีทรัพย์สินของตนได้ถูกขโมยหายไปทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่เสื้อ กางเกงและกระเป๋าสะพาย

หลังเกิดเหตุ ตนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์ฟิตเนสแห่งนี้ทราบเรื่อง เพื่อให้ช่วยตรวจสอบและเร่งติดตามหาตัวคนร้ายที่ขโมยทรัพย์สินตนไป เพราะมูลค่าสูง แต่กลับถูกทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ตอบกลับมาว่า ให้ตนเดินทางไปแจ้งความก่อนแล้วนำใบแจ้งความกลับมา เพื่อจะเปิดกล้องช่วยตรวจสอบหาคนร้ายให้ ทำให้ตนต้องเสียเวลาเดินทางมาเข้าแจ้งความก่อนจะย้อนกลับมาที่ศูนย์ฟิตเนสอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าทางศูนย์ได้ปิดให้บริการไปแล้ว ทั้งๆที่ตนก็ได้แจ้งให้ทราบแล้วว่า มูลค่าทรัพย์สินมันสูง

แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ให้ได้แค่เบอร์โทรติดต่อกลับพร้อมกับคำพูดรับปากว่าจะช่วยเหลือ แต่ตนยังไม่รู้เลยว่าจะช่วยเหลือตนยังไง เพราะตนมาทราบเหตุช่วงประมาณ2ทุ่มกว่า ถ้าหลังเกิดเหตุแล้วทางเจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกเปิดกล้องไล่ติดตามผู้ต้องสงสัยหรือคนร้ายในตอนนั้นเลย ก็น่าจะเจอเบาะแสในตอนนั้น แต่กลับปล่อยให้ข้ามคืนไปเพราะหมดเวลาทำการ ตนยังไม่รู้เลยว่าทางศูนย์จะสามารถรับผิดความเสียหายให้ตนได้อย่างไร

นายสาธิต เปิดเผยอีกว่า ตนเองเป็นสมาชิกของฟิตเนสแห่งนี้อยู่แล้ว หลังเลิกงานจะไปออกกำลังกายเกือบทุกวัน ใกล้สาขาไหนก็เข้าไปออกกำลังกายที่นั่น แต่สาขานี้จะเข้าบ่อยสุด และคิดว่าฟิตเนสระดับนี้น่าจะมีความปลอดภัยให้ลูกค้า ส่วนทรัพย์สินที่หายไปนั้นตนยืนยันได้ว่าเป็นเครื่องประดับที่ตนใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เพราะตนเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทรัพย์สินเหล่านั้นตนยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ตีราคาเกินจริงหรือโอเวอร์ เป็นราคาที่ตนซื้อมาจริง

และเผลอๆตนจะตีราคาต่ำกว่าที่ได้แจ้งความไปด้วยซ้ำ โดยตนมีภาพทรัพย์สินเครื่องประดับที่ตนใส่ในชีวิตประจำวันมายืนยัน ไม่ได้ตั้งราคามาเกินจริง หลังเกิดเหตุตนได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ฟิตเนสทราบ แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ ตนจึงต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงทางฟิตเนสยังขอดูหมายจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกถึงจะให้ความร่วมมือ เข้าไปตรวจสอบข้างใน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ พฐ.ถึงจะเข้าไปเก็บหลักฐานได้

จากการตรวจสอบทั่วฟิตเนส มีกล้องวงจรปิดเกือบทุกจุดยกเว้นในห้องล็อกเกอร์ เพราะเป็นส่วนตัว ซึ่งตรงทางเข้าห้องล็อกเกอร์จะมีกล้องสามารถตรวตสอบได้ว่าใครเข้าออกบ้าง ตอนนี้ทางด้านคดีตนก็กำลังติดตามความคืบหน้าอยู่ ในเบื้องต้นตำรวจชุดสืบสวนกำลังดำเนินการตรวจสอบสถานที่ กล้องวงจรปิด และรวบรวมหลักฐานอยู่ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน