เปิดใจพนักงานร้านทอง ตามกระโดดถีบอกครูสาวคนร้ายวิ่งราวทอง จนล้มคว่ำพร้อมจักรยานยนต์ ก่อนจะคุมตัวส่งตำรวจได้ทันควัน

วันที่ 17 ม.ค. 66 หลังเกิดเหตุ คนร้ายวิ่งราวสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท ภายในร้านทอง ริมถนนสายร้อยเอ็ด-โพนทอง บ้านเหล่าไพรงาม ม.14 ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนจะโดนพนักงานตามจับได้ทันควัน

นางสาวนิรชา สุริโย อายุ 25 ปี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ คนร้ายเป็นผู้หญิงแต่งตัวมิดชิด มีการสวมหมวกและใช้ผ้าพันคอปิดบังบริเวณใบหน้า เดินเข้ามาทำทีเป็นลูกค้า ขอดูสร้อยทองทั้งสร้อยข้อมือและสร้อยคอ หลังจากนั้นได้บอกกับตนว่าจะออกไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ก็กลับมาขอดูสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท ตนจึงได้ยกออกมาให้เลือกทั้งถาด แต่คนร้ายได้ลองสร้อยหนัก 2 บาท 1 เส้น ก่อนจะวิ่งหลบหนีออกจากร้าน

ด้าน นางสาวอรปรียา กางไธสง อายุ 25 ปี กล่าวว่า หลังจากที่ผู้ก่อเหตุได้เอาทองวิ่งหลบหนีไปทางหน้าร้านตนและเพื่อนก็ได้ผลักตู้ทองออกแล้ววิ่งตามไปติดๆก่อนจะไปถึงบริเวณหน้าร้านเห็นคนร้ายกำลังจะขึ้นขี่จักรยานยนต์เพื่อหลบหนี ตนจึงกระโดดถีบไปที่หน้าอกของคนร้าย จนล้มลงพร้อมกับรถจักรยานยนต์ ก่อนจะควบคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตู้ยามชุมชนเกาะแก้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนก็รู้สึกกลัว แต่ก็ต้องป้องกันไม่ให้คนร้ายขโมยทองออกไปจากร้าน เพราะทราบว่าบุคคลนี้เป็นผู้หญิง ร่างเล็ก และไม่มีอาวุธ จึงตัดสินใจวิ่งตามไปไล่จับ จนสามารถคุมตัวไว้ได้ทันควัน ก็อยากฝากเตือนร้านทองให้ระมัดระวังมิจฉาชีพ ที่แฝงตัวมาเป็นลูกค้า อาจจะฉวยโอกาสก่อเหตุในลักษณะนี้ได้

เบื้องต้นได้คุมตัวผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือนางสาวชามินา อายุ 31 ปี เป็นอดีตครู รร.เอกชนแห่งหนึ่ง ใน จ.ร้อยเอ็ด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เสลภูมิ จากการสอบปากคำผู้ก่อเหตุอ้างว่า ตนจำเป็นต้องใช้เงินไปรักษาตาของแม่ที่ป่วย และนำเงินไปใช้หนี้บางส่วน ที่เกิดจากการหยิบยืมมารักษาแม่ จึงลงมือตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ คุมตัวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน