อุทยานฯแถลงปมส่วยเกาะเสม็ด โต้ไม่จริงทุกเรื่อง ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในทุกเรื่อง ผู้ประกอบการขอให้มีภาคปชช.ร่วมด้วย ผู้ว่าฯให้รายงานภายใน 15 วัน
กรณี นายดำรง พิเดช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสไทย อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับส่วยบนเกาะเสม็ด หลังพบว่า เรียกเก็บเงินรายปีจากรถยนต์เช่า 16,000 บาท ต่อคันต่อปี รถจักรยานยนต์ คันละ 1,600 บาท ต่อคันต่อปี พร้อมสติ๊กเกอร์ 1 แผ่น ใครไม่จ่ายวิ่งไม่ได้ และยังมีผู้ประกอบการเรือโดยสารระบุว่า ถูกขึ้นค่าธรรมเนียมเรือรายปี 3 เท่าตัว ทั้งที่เพิ่งฟื้นจากโควิด 3 ปี นอกจากนี้ ยังเก็บเงินแลกกับอนุญาตก่อสร้าง 10 เปอร์เซ็น จากงบประมาณก่อสร้าง ล่าสุด ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติฯ ตั้งคณะกรรมการสอบแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 18 ม.ค.66 นายก้องเกียรติ เต็มตำนาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่2 นายสาธิต ปิ่นกุล ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่2 และนายชาณุ เดชธัญญนนท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด ตั้งโต๊ะแถลงข้อเท็จจริง กรณีเกี่ยวกับการพาดพิงว่าเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งสร้างความเสียหายและเข้าใจผิดต่อหน่วยงาน โดยแบ่งเป็นประเด็นดังนี้

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า กรณีที่ประกาศเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมเรือโดยสาร เข้าออกพื้นที่อุทยานฯ เป็นความจริง โดยเป็นการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 8 ส.ค.65 โดยทางเราไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังได้รับหนังสือจากสมาคมผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบ้านเพเกาะเสม็ด มีส่งเรื่องไปยังกระทรวงเพื่อพิจารณาแล้ว

ส่วนประเด็นที่ 2 เรื่อง เรียกเก็บเงินจากรถโดยสารบนเกาะเสม็ด เป็นไปตามกฎกระทรวงที่กำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต กำหนดเก็บค่าธรรมเนียม คันละ 2,000 บาทต่อปี ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่า ทางอุทยานฯเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ จากรถยนต์เช่า คันละ 16,000 บาท และ รถจยย.คันละ 660 บาท สำหรับเรื่องดังกล่าว ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว

ประเด็นที่ 3 เรื่องการเรียกเก็บค่าผ่านเข้าอุทยานฯ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มอีกคนละ 100 บาท นอกเหนือจากค่าผ่านเข้าเกาะเสม็ด 200 บาท ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่กำหนดค่าบริการเป็นพิเศษ จึงไม่ใช่การเรียกเก็บเพื่อหาผลประโยชน์แต่อย่างใด

ประเด็นที่ 4 เรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ จากการก่อสร้างต่อเติมในพื้นที่อุทยานฯ โดยเปิดเผยว่า เรียกเก็บ 10 เปอร์เซ็น จากงบประมาณการก่อสร้าง ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เพราะการก่อสร้างต้องยื่นแบบแปลนต่อกรมอุทยานฯ เพื่อตรวจสอบ ให้อยู่ในแบบแปลนที่กำหนด และในพื้นที่ที่ถูกกฎหมาย หากถูกต้องตามกำหนด ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว
ประเด็น 5 เกี่ยวกับเรื่อง การจับกุมผู้ที่เข้าไปกวาดคราดหญ้าริมถนน ซึ่งเป็นพื้นที่อุทยานฯ ที่กล่าวอ้างว่าถูกเรียกเก็บเงินเพื่อแลกกับการไม่จับกุม ซึ่งขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายก้องเกียรติ กล่าวต่อว่า เกี่ยวกับเรื่องที่ถูกพาดพิง กรณีที่ถูกกล่าวหาหรือข้อมูลร้องเรียนอื่นๆที่มีรายละเอียดปรากฎตามสื่อต่างๆ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่2 (ศรีราชา) และ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และ จะเร่งดำเนินการ ส่วนกรณีที่ทางผู้ประกอบการขอให้มั่นใจ และรับรองว่าจะไม่กลั่นแกล้งกันอย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มที่ร้องเรียน
ด้านผู้ประกอบการ ต้องการให้มีบุคคลจากนอกหน่วยงานเข้าไปมีส่วนร่วม ในคณะกรรมการตรวจสอบด้วย เพราะหากเป็นสีเดียวกันตรวจสอบกันเองแล้วจะเกิดความเป็นธรรมได้อย่างไร
นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า สำหรับเรื่องเกาะเสม็ดที่ร้องเรียนว่าเรียกเก็บผลประโยชน์ตามที่เป็นข่าว ทางตนตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด โดยมี รองผวจ.ระยอง และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว และให้รายงานข้อเท็จจริงให้ทราบภายใน 15 วัน