ผู้เสียหายกลับลำ บอกเข้าใจผิด ถูกสรรพสามิตอุ้มรีดเงิน ตร.ยันดำเนินคดีต่อ แจ้งข้อหาแล้ว 3 เจ้าหน้าที่ ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ

จากกรณี นายวู อายุ 31 ปี ชาวจีน แจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ หลังถูกชายฉกรรจ์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิต เข้ามาขอตรวจค้นภายในร้านจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ก่อนจับผู้จัดการร้านและลูกน้องชาวเมียนมา ขึ้นรถไปพร้อมรีดเงินกว่า 3 แสนบาท แลกกับการปล่อยตัว เหตุเกิดที่ตึกแถว ซอยอู่ทอง 37/2 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ซ้อนแผนจับกุม โดยต่อรองนัดมอบเงิน 50,000 บาท ที่ปั๊มน้ำมันข้างโรงเรียนนายเรือ ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ ก่อนนำตัวมาสอบสวน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 19 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อนชาวจีนของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ นายวู โทรมาหาตนบอกว่าถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้าบุกค้นร้านและเรียกเงินค่าปรับ 300,000 บาท ตนเห็นว่าผู้เสียหายเป็นเพื่อนที่มาจากเมืองจีนด้วยกัน จึงติดต่อไปหาคนที่รู้จักกับสรรพสามิตเพื่อให้ช่วยต่อราคาเหลือ 80,000 บาท เพราะเห็นว่าผู้เสียหายไม่ค่อยมีเงิน

ส่วนที่เจ้าหน้าที่ไปรับเงินกันที่ไหนนั้นตนไม่ทราบ เพราะตนแค่ช่วยต่อรองราคาให้เท่านั้น และสินค้าของผู้เสียหายเป็นพาวเวอร์แบงก์มากถึง 10,390 ชิ้น ก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว และยังมีสินค้าที่เป็นลิขสิทธิ์ด้วย ถ้าจะปรับกันจริงๆ ก็ต้องเสียหลายแสนบาท

เบื้องต้น ร.ต.อ.คเณศ งามประเสริฐ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ เจ้าของคดี ได้แจ้งข้อหากับ นายสวโรจน์ โฉมงาม, นายจักรินทร์ ทองแม้น ซึ่งทั้ง 2 เป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ในข้อหา ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่

2. ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, 3. กรรโชกทรัพย์ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ

ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 คือ นายกิตติโภคิน เมธาวุฒิโชตินันท์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน แจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธ และได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เมื่อคืนที่ผ่านมาในวางเงินคนละ 150,000 บาท อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานนำส่ง ปปช.เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และจะสอบสวนติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุที่เหลือตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดมาสอบสวนต่อไป

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายวู เดินทางไปที่สำนักงานสรรพสามิต พื้นที่สมุทรปราการ เขต 1 เพื่อเสียภาษีนำเข้า แบตเตอรี่อิเล็กทรอนิกส์ และถูกเปรียบเทียบปรับกว่า 8 หมื่นบาท ก่อนที่จะนำใบเสร็จมาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมเปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากตนไม่ทราบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ ส่วนสาเหตุที่นัดกันที่ปั๊มนั้น เนื่องจากตนไม่รู้จักสำนักงานสรรพสามิต พื้นที่สมุทรปราการ เขต 1 จึงต้องนัดหมายกันที่อื่น ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่ได้ถูกข่มขู่แต่อย่างใด หลังทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงจึงเดินทางมาเสียภาษีให้ถูกต้อง ของทั้งหมดก็ได้กลับคืนมาแล้ว อย่างไรก็ตามตนต้องกราบขอโทษเจ้าหน้าที่ทำให้เกิดการเข้าใจกันผิด

ด้าน พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าว ยังอยู่ในขั้นในตอนการสอบสวน ทั้งตัวผู้เสียหาย และกลุ่มผู้ต้องหา เนื่องจากขบวนการสอบปากคำและการรวบรวมหลักฐานยังไม่แล้วเสร็จ จากนั้นจะได้ส่งสำนวนทั้งหมดให้อัยการเป็นผู้สั่งฟ้อง ส่วนจะมีความผิดมากน้อยเพียงใดนั้นอยู่ในขั้นตอนของศาลพิจารณา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน