แพทย์เตือนกิน “น้ำซุป” เสี่ยงป่วยไตวาย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ปลุกแคมเปญลดซด ลดปรุง ลดอาหารแช่แข็ง ช่วยลดเค็ม ลดโรค
วันที่ 25 ม.ค. 66 น.ส.สุพัฒนุช สอนดำริห์ ผอ.อาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สสส. กล่าวเปิดตัวโครงการลดเค็ม ลดโรค รณรงค์ให้คนไทยเห็นภัยร้ายจากการกินโซเดียมเกินมาตรฐาน ว่า คนไทยส่วนใหญ่ กินโซเดียมเฉลี่ยอยู่ที่ 3,636 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งมากกว่าเกือบ 2 เท่า จากเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือ ไม่ควรกินโซเดียมเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม ทำให้คนไทยเสี่ยงป่วยในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบตัน ความดันโลหิตสูง ไตวาย รวมถึงโรคเรื้อรังชนิดอื่น
ทั้งนี้ คนไทยส่วนใหญ่ชอบกินน้ำซุปทุกมื้ออาหาร จากแกงจืด ก๋วยเตี๋ยว ต้มยำ พะโล้ และอาหารประเภทต้ม ถือเป็นภัยแฝง เพราะมีโซเดียมซ่อนอยู่ทั้งในวัตถุดิบต่าง ๆและน้ำซุป รวม 1,400 -1,500 มิลลิกรัม/ชาม
“หากกินหมดชามแถมซดน้ำซุปจนเกลี้ยง เท่ากับ 1 มื้อ ร่างกายได้รับโซเดียมเกือบถึงเกณฑ์ใน 1 วันแบบไม่รู้ตัว ยังไม่ได้รวมกับมื้ออื่น ๆ เลย จึงเป็นที่มาของการรณรงค์ ลดซด ลดโซเดียม ลดเค็ม ลดโรค เพื่อสื่อสารให้คนไทยปรับพฤติกรรมการกิน” น.ส.สุพัฒนุช กล่าว
น.ส.สุพัฒนุช กล่าวว่า การดูอาหารที่กินว่ามีโซเดียมมากน้อยแค่ไหน ยากกว่าการดูเรื่องความหวาน เพราะแค่เห็นใส่น้ำตาล น้ำผึ้ง นมข้น ก็รู้ว่าหวานมาก หวานน้อย แต่โซเดียมมีทั้งที่เค็มและไม่เค็ม นี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่ สสส. ต้องการรณรงค์ นอกจากลดซดน้ำซุป อยากให้ลดปรุงและลดอาหารแช่แข็ง ทดลองปรับพฤติกรรมต่อเนื่อง 21 วัน จะช่วยให้ลิ้นปรับความไวในการรับรสชาติ จะกินเค็มให้น้อยลงได้
ด้าน รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล กล่าวว่า โซเดียมและการกินเค็มเป็นภัยเงียบ อาจไม่เห็นผลเสียทันที ยกเว้นคนที่ไวต่อการกินเค็ม เช่น ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัว จะมีอาการตาบวม ขาบวม ความดันโลหิตขึ้น ปวดหัว หิวน้ำบ่อย สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ปัจจุบันพบคนไข้ป่วยเป็นโรคไตหรือไตวายอายุน้อยลงอยู่ที่ 35 – 40 ปี จากเดิม 50 – 60 ปี
มีผลจากวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่เปลี่ยนไป นิยมอาหารสำเร็จรูป บุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง หมูกระทะ อาหารญี่ปุ่น-เกาหลี ที่มีรสเค็มจัดจากการหมักดองเกลือ หรือใส่เครื่องปรุงจำนวนมาก เมื่อกินสะสมบ่อย ๆ จึงติดรสเค็มแบบไม่รู้ตัว อีกปัจจัยคือกินเค็มตั้งแต่เด็ก เช่น ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กซอง-ถ้วย แม้กระทั่งอาหารที่ผู้ปกครองปรุงเอง แต่ใช้ความเค็มสูง เมื่อเด็กที่น้ำหนักตัวน้อยกิน ก็ทำให้บริโภคโซเดียมเกินเกณฑ์
รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า น้ำซุปที่ร้านค้าปรุงจะใส่ซุปก้อนสำเร็จรูป ผงชูรส ซีอิ๊ว ซอสปรุง ในน้ำจะมีโซเดียม 60–70% ขณะที่เส้น ผัก เนื้อสัตว์ มีโซเดียมไม่ถึง 30–40% แม้ความอร่อยจะอยู่ในน้ำซุป แต่แฝงไปด้วยภัยเงียบ หากหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูงไม่ได้ ต้องเลือกกินเฉพาะเนื้อสัตว์ ผัก ลดการซดน้ำให้น้อยที่สุด กินในปริมาณที่พอดี
ทั้งนี้ ตั้งเป้าทำชุมชนลดเค็ม 73 จังหวัด ในปี 2566 ร่วมมือกับ สสส. รณรงค์ประชาชนให้กินเค็มน้อยลง ลดผงชูรส ลดเครื่องปรุง ลดซดน้ำแกง และติดตามปริมาณโซเดียมในอาหาร โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว จะติดตามว่ากินเค็มมากน้อยแค่ไหน ด้วยการใช้เครื่องวัดความเค็ม มีอาสาสมัครชุมชนดูแล จะทำพื้นที่นำร่องมหาวิทยาลัยลดเค็ม ที่ ม.มหิดล จะแถลงข่าวเปิดตัววันที่ 7 ก.พ. 2566 ที่กรมควบคุมโรค




