ช่วยยาย86บ้านไฟไหม้ เงิน3ล้านวอดไม่เหลือแล้ว ยังดีที่คุ้ยเจอทอง30บาท คาดอยู่ครบ ไม่หลอมละลาย เทศบาลรุดเข้าช่วย เยียวยาเบื้องต้น
วันที่ 27 ม.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุ ไฟไหม้ห้องแถวเช่า 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ถนนธำรงประสิทธิ์ เขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้รับความเสียหายทั้งหมด 6 คูหา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ห้องแถวทั้ง 6 คูหา เป็นห้องเช่า ทำการค้าขาย มีผู้เสียหายทั้งหมด 8 ราย ประกอบด้วยผู้เช่า 3 ราย และเจ้าของห้องแถว อีก 5 ราย ทรัพย์สินเสียหายทั้งหมด
เบื้องต้นพบว่าบ้านที่เสียหายหนักสุด คือ บ้านที่นางเถาะ เหงียนถิ อายุ 86 ปี พักอาศัยอยู่ นอกจากทรัพย์สิน เครื่องใช้ในบ้าน ยังมีทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมประมาณ 30 บาท และเงินสด อีกจำนวน 3 ล้านบาท ที่สูญหายไปกับกองเพลิง
ขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุ ทางด้านกลุ่มจิตอาสา รวมถึงเพื่อนบ้าน ต่างเข้าไปช่วยเหลือให้กำลังใจ รวมถึงระดมจิตอาสา เข้าไปช่วยขุดคุ้ยค้นหาทรัพย์สิน ทองคำรูปพรรณ ของยายผู้เสียหายเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าบนชั้นสองของตึกแถวดังกล่าว จนกระทั่งพบทองคำรูปพรรณ เป็นสร้อยคอ แหวน กำไลแขน ถูกทับถมในซากเพลิงไหม้ โชคดีที่ยังไม่หลอมละลาย
เบื้องต้นยังไม่ทราบน้ำหนักทองที่เหลือ แต่คาดว่ายังเหลือเกือบครบทั้งหมด เพราะช่วงขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ระดมรถน้ำดับเพลิงมาฉีดควบคุมเพลิง ทำให้ทองคำไม่เสียหาย เพราะอุณหภูมิไม่ถึงจุดหลอมละลาย แต่อาจได้รับความเสียหายบางส่วน โดยทางกลุ่มจิตอาสา ได้มีการขุดคุ้ยค้นหาต่อเนื่อง จนมั่นใจว่าจะพบทองคำรูปพรรณที่เหลือทั้งหมด ส่วนเงิน 3 ล้านคาดว่าเสียหายไปกับกองเพลิง
ขณะเดียวกันทางด้าน นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ได้นำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ผู้ใจบุญ นำสิ่งของเครื่องใช้ ถุงยังชีพ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบให้ผู้เสียหาย ทั้งหมด 8 ราย ประกอบด้วย ผู้เช่า จำนวน 3 ราย และเจ้าของบ้าน จำนวน 5 ราย โดยมีการชดเชยเยียวยาเบื้องต้นตามสภาพความเสียหาย รายละประมาณ 20,000 – 60,000 บาท
ส่วนนางเถาะ เหงียนถิ อายุ 86 ปี เป็นบ้านต้นเพลิง ตรวจสอบแล้ว เป็นผู้เช่า ไม่ใช่เจ้าของ โดยทำร้านขายของชำ ได้รับเงินเยียวยาเบื้องต้น จำนวน 19,500 บาท ตามระเบียบทางราชการ ถึงแม้ยายผู้เสียหาย จะมีทรัพย์สินทองคำรูปพรรณ และเงินสด ที่สูญหายจำนวนมาก แต่ทางราชการไม่สามารถที่จะชดเชยเยียวยาได้ทั้งหมด สำหรับสาเหตุอยู่ระหว่างทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานนำหลักฐานไปตรวจสอบตามกระบวนการเพื่อสรุปสาเหตุชัดเจน ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

