หนุ่มโคราช ร้องสื่อ หลานสาวโดนแก๊งหลอกดูยูทูบ ตุ๋นสูญเงิน 3 แสน เผยจิตใจแย่ นอนผวา หวั่นคิดสั้น วอน ตร.เร่งหาคนร้าย กลัวซ้ำรอยเคสเด็ก 15

นครราชสีมา – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอธิชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนหลังจากที่หลานสาว อายุ 16 ปี ถูกหลอกให้โอนเงินให้กับแก๊งหลอกให้ร่วมลงทุนจากการดูวิดีโอจากยูทูบจนหลงเชื่อก่อนโอนเงินไปให้กับแก๊งดังกล่าวจนสูญเงินไปกว่า 3 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับนายอธิชัย เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ม.ค.65 ที่ผ่านมา หลังหลานสาวไปเห็นลิงค์โฆษณารับสมัครงานหาคนดูคลิปวิดีโอจากยูทูบผ่านจากแอพพลิเคชั่นไอจี จึงหลงเชื่อกดสมัครเข้าไปจนได้มีการพูดคุยกับแอดมินผ่านทางไลน์ ก่อนที่ทางแอดมินจะให้หลานของตนโอนเงินจำนวน 100 บาท เพื่อสมัครเข้าทำงานดูคลิปวิดีโอจากยูทูบ โดยอ้างว่าเงินที่โอนเข้าไปจะเป็นเงินลงทุน หลานตนจะได้เงินส่วนแบ่งจากยอดวิวของยูทูบที่ทางแอดมินส่งมาให้ดู

โดยแอดมินส่งโปรโมชั่นเงื่อนไขในการทำงานมาให้หลานของตนดู โดยในเงื่อนไขโปรโมชั่นบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการดูคลิปวิดีโอที่เป็นมิวสิกวิดีโอโดยเริ่มต้นที่ 5 เพลง ได้จะเงิน 200 บาท ต้องจ่ายค่าประกัน 100 บาท จนไปถึง 50 เพลง ได้เงิน 5,000 บาท จ่ายเงินประกัน 1,000 บาท ก่อนที่หลานของตนนั้นจะสนใจจำนวน 20 เพลง จึงโอนเงินประกันไป 400 บาท ผ่านธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชีปลายทาง สุมลรัตน์ พรมจันทร์

หลังจากโอนเงินทางแอดมินแจ้งกลับมาว่าเบิกงานให้หลานของตนไม่ทัน ทำให้ต้องหางานอื่นมาให้เป็นการกดรับสินค้าพร้อมกับส่งขั้นตอนการทำงานมาให้ดูแต่พอหลานของตนกดเข้าไปก็มีปัญหาจนหลานของตนเริ่มไม่มั่นใจและจะขอยกเลิกบัญชีที่สมัครดูคลิปวิดีโอจากยูทูบ ซึ่งค่าปิดบัญชีอยู่ 500 บาท หลานของตนก็โอนไปที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีนายมนตรี วาอุบล เป็นเงิน 500 บาท

ก่อนที่ในวันที่ 29 ธ.ค.65 ทางแอดมินจะทักกลับมาว่างานยูทูบว่างแล้วแต่หลานของตนก็ไม่ตอบกลับไปจนมาในวันที่ 7 ม.ค.66 ที่ผ่านมา ทางแอดมินส่งข้อความมาว่าในลักษณะเชิงข่มขู่ว่า “สวัสดีค่ะ ยูสเซอร์ของคุณ(ไม่งั้นจะมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานและเรียน) และในข้อความที่ส่งมาก็มีการขู่เรื่องการกระทำผิดกฎหมายจนทำให้หลานของตนกลัวจึงต้องรีบโอนเงินเพื่อทำการปิดบัญชีไปอีก 500 บาท ไปที่บัญชีธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี น.ส.ปรารถนา หุริน

ก่อนที่แอดมินจะหลอกหลานของตนเรื่องขั้นตอนการปิดบัญชีทำให้หลานต้องโอนไปยังบัญชีเดิมอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 1,500 บาท และค่าเอกสารอีก 1,500 บาท ซึ่งหลานโอนจนไม่เหลือเงินแล้ว จึงมาขอยืมโทรศัพท์ของยายซึ่งมีเงินเก็บอยู่ในบัญชีประมาณ 3 แสนบาท และไปติดต่อกับทางแอดมินที่มาหลอกให้ทำงาน ซึ่งหลังจากนั้นมีการโอนเงินไปอีกหลายรอบจนรอบสุดท้ายยอดเงินที่ต้องโอนคือ 180,000 บาท โดยทางแอดมินแจ้งว่าเป็นค่าภาษีซึ่งหลานของตนก็โอนไปจนหมดบัญชี

โดยรวมยอดเงินของหลานที่โอนไปก่อนหน้านี้ด้วยเป็นเงินทั้งหมด 302,500 บาท ซึ่งเงินในบัญชีของยายนั้นเป็นเงินบำนาญของตาที่เกษียณอายุราชการแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเงินที่แม่ของน้องนั้นโอนมาเก็บไว้เป็นทุนการศึกษา โดยเรื่องนี้ตนมารู้ในวันเดียวกันคือวันที่ 7 ม.ค. ตอนที่หลานโทรไปยืมเงินกับป้าซึ่งป้าตอบกลับมาว่าหลานกำลังถูกหลอก ในระหว่างนั้นหลานของตนก็วิ่งออกจากบ้านไปบ้านอีกหลังหนึ่งข้างๆกันและไปนั่งอยู่ที่ระเบียงร้องไห้ฟูมฟายและกรีดร้องจนตนต้องเข้าไปปลอบจึงยอมลงมา

หลังจากเกิดเหตุการณ์หลานของตนก็ตกอยู่ในอาการผวา นอนไม่หลับ ซึ่งตนกลัวหลานของตนจะคิดสั้นเหมือนกับข่าวที่เด็กวัย 15 ปี ผูกคอเสียชีวิตทำให้ตนต้องมานอนเป็นเพื่อนหลานทุกคืนตั้งแต่เกิดเหตุ ในระหว่างนั้นหลานของตนก็ต้องกินยาคลายเครียด ยานอนหลับ กินข้าวก็ไม่ได้ กลางคืนก็นอนผวา นอนละเมอว่า เมื่อไรตำรวจจะจับคนพวกนี้ได้ เมื่อไหร่จะเอาเงินมาคืนยายกับตาเพราะมันเป็นเงินของยายกับตา

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนก็ได้มีการแจ้งความไปยัง สภ.เมืองนครราชสีมา แต่ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้แจ้งกับทางตำรวจไซเบอร์ ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มีความคืบหน้าของคดี ซึ่งตนอยากฝากไปยังตำรวจที่รับผิดชอบอยากให้ช่วยเร่งรัดเรื่องคดีให้เร็วขึ้นเพราะไม่อยากให้มีเหยื่อแบบหลานของตนเกิดขึ้นอีก และอยากฝากไปยังผู้ปกครองในเรื่องการดูแลบุตรหลานอยากให้ดูแลอย่างใกล้ชิดและคอยสังเกตพฤติกรรมผิดสังเกตอยู่ตลอดเวลาเพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน