ทส. จับมือ พันธมิตรจ.ภูเก็ต บูรณาการฟื้นฟูทรัพยากรปะการัง นำเทคโนโลยี 3D Printing มาออกแบบวัสดุคอนกรีต ฟื้นฟูปะการัง จ.ภูเก็ต
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จ.ภูเก็ต เป็นจังหวัดเดียวที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก หาดทรายสวย น้ำทะเลใส เหมาะสำหรับการดำน้ำดูปะการัง ดังนั้นการให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติตัวของนักดำน้ำและนักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ก่อนเสมอ ซึ่งผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องสร้างการรับรู้ และเข้าใจด้านกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของการดำน้ำดูปะการัง ตลอดจนอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล เพื่อย้ำเตือนให้นักดำน้ำและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ในการนี้ตนได้สั่งการให้กรม ทช. ขยายความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นองค์รวม โดยยึดหลักการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไม่หยิบจับอะไรไปจากทะเล ไม่เหยียบ เตะ หรือยืนบนปะการัง ไม่ให้อาหารสัตว์ทะเล ไม่ทิ้งอะไรไว้ในทะเล ไม่เก็บอะไรมาจากทะเล รักษาระยะห่างจากสัตว์ทะเล ไม่ส่องแสงไฟไปยังสัตว์ทะเลโดยตรง ไม่บริโภคและส่งเสริมการค้าสัตว์ทะเลหายากหรือสัตว์ต้องห้าม ให้เก็บเพียงภาพถ่ายไว้ในความทรงจำจะดีที่สุด เพื่อลดการทำลายระบบนิเวศใต้ทะเล อีกทั้งเพิ่มความคงอยู่และความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. กำชับให้หน่วยงานในกระทรวง ทส. ที่เกี่ยวข้อง เร่งขยายพื้นที่บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ทั้ง 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล ดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ต่อไป

วันเดียวกัน ที่จังหวัดภูเก็ต นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ภูเก็ต นายณชพงศ ประนิตย์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกอบจ.ภูเก็ต และนายศาสวัส หลิมพานิชย์ นายกสโมสรโรตารีเหมืองแร่ภูเก็ต ร่วมลงนามในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังจังหวัดภูเก็ต

นายอภิชัย กล่าวว่า ไทยมีพื้นที่แนวปะการัง 149,182 ไร่ แบ่งเป็นทะเลอ่าวไทย 75,426 ไร่ และฝั่งทะเลอันดามัน 6 จังหวัด 73,756 ไร่ โดยกรมทช. รับผิดชอบพื้นที่แนวปะการังนอกเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 70,906 ไร่ ซึ่งในประเทศมีพื้นที่แนวปะการังอยู่ทั่วไป 17 จังหวัด ซึ่งในจ.ภูเก็ต มีแนวปะการัง 13,732 ไร่ อยู่ตามเกาะ และอ่าวต่างๆ รอบเกาะภูเก็ต เช่น เกาะราชาใหญ่ ราชาน้อย เกาะเฮ เกาะโหลน อ่าวป่าตอง กะตะ กะรน รวมถึงบริเวณไม้ท่อน เป็นต้น ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ปานกลาง หรือประมาณร้อยละ 53 มีหลายแห่งที่อยู่ในสภาพเสียหายหรือเสื่อมโทรม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งสาเหตุมาจากกิจกรรมท่องเที่ยว และภัยธรรมชาติ ทำให้ปะการังในภูเก็ตเสื่อมโทรม ไม่มีฐานให้ตัวอ่อนปะการังธรรมชาติที่ล่องลอยในน้ำลงยึดเกาะ ก่อเป็นตัวใหม่หรือสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ด้วยตัวเอง

กรมทช. จึงจำเป็นต้องฟื้นฟูโดยนำวัสดุรูปแบบต่างๆ จัดวางเป็นฐานให้ตัวอ่อนลงเกาะ ซึ่งได้ดำเนินการที่เกาะไม้ท่อนแล้ว 329 ไร่ และมีพื้นที่ต้องฟื้นฟูโดยจัดวางฐานประมาณ 80 ไร่ กรม ทช. จึงได้หาวิธีการพัฒนารูปทรงให้มีความสวยงามและกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติ จึงได้ร่วมกับบริษัท เอสซีจี นำเทคโนโลยี 3D Printing มาออกแบบวัสดุคอนกรีต ที่มีรูปทรงสวยงามและกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติ โดยได้นำไปทดลองจัดวางพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ เกาะไม้ท่อน เกาะราชาใหญ่ จ.ภูเก็ต, เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี และเกาะสีซัง จ.ชลบุรี ซึ่งก็ได้ผลดีมีตัวปะการังลงเกาะ และสัตว์น้ำเข้าไปอาศัยมากขึ้น ถือเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมทั้งส่งเสริมสร้างศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย

“อย่างไรก็ตามความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูแนวปะการังของจ.ภูเก็ต อันเป็นทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล เป็นแหล่งรายได้ทั้งด้านการท่องเที่ยว และการประมงของประชาชนในจ.ภูเก็ต ภายใต้ข้อตกลงบูรณาการความร่วมมือ เพื่อฟื้นฟูแนวปะการังจังหวัดภูเก็ตให้เกิดความสมบูรณ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนตามเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายในอนาคตต่อไป “นายอภิชัย กล่าวทิ้งท้าย