นครราชสีมา เข้มมาตรการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ขณะที่ชาวบ้านไม่สน ลักลอบเผาไร่อ้อยอย่างต่อเนื่อง แม้อ.พิมาย ประกาศแจ้งเตือนแล้ว
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ต.นิคม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มีเกษตรกรลักลอบจุดไฟเผาไร่อ้อยหลายสิบไร่ ทำให้กลุ่มควันไฟจำนวนมาก ลอยกระจายปกคลุมไปทั่วหมู่บ้านประชาชน เด็ก และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ ได้รับความเดือดร้อนจากการสูดหายใจเอากลิ่นควันพิษเข้าไป และยังมีเศษเขม่าลอยปลิวมาตกใส่บ้านเรือนด้วย
ที่ผ่านมาไร่อ้อยในต.นิคม พบการลักลอบจุดไฟเผาตอซังมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าทางอ.พิมาย จะมีการประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรให้หยุดการเผาไร่อ้อย ตอซังข้าว และพื้นที่ทางการเกษตรต่าง ๆ เพื่อลดปัญหาฝุ่นมลพิษ พร้อมกับดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาด เอาผิดกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาแล้วก็ตาม แต่ยังพบการฝ่าฝืนลักลอบเผาโดยไม่เกรงกลัวความผิดตามกฎหมาย

นายธนัญชัย วรรณสุข ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อม และควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา ได้สั่งเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมฯ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ ตามเส้นทางสายหลักและสายรอง ที่มีรถสัญจรปริมาณมาก ภายใต้กิจกรรม “รัฐเข้มตรวจจับ ปรับจริง–ห้ามใช้รถควันดำ” เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากการจราจรและการขนส่งทางบก
รวมถึงให้ดูแลตรวจสอบกิจกรรมการก่อสร้างที่ทำให้เกิดฝุ่นควัน โดยตรวจสอบควบคุมฝุ่นจากการก่อสร้าง ตั้งแต่บริเวณทางก่อสร้างและทางเข้าออก รวมถึง การเคลื่อนย้ายวัสดุที่ทำให้เกิดฝุ่นด้วยสายพาน ,การเจาะตัด-ขัดผิววัสดุที่มีฝุ่นโดยเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์
การผสมคอนกรีต การไสไม้หรืองานที่ทำให้เกิดมลภาวะ กับให้ควบคุมฝุ่นละออง-เศษวัสดุที่ร่วงหล่น และควบคุมป้องกันหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จด้วย ทั้งนี้ เพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้สร้างมลพิษทางอากาศเกินกว่าค่ามาตรฐาน จนส่งผลกระทบต่อประชาชน
