มาเฟียสถานีรถไฟชุมพรโหด รุมกระทืบผัวเมียขายอาหารอิสลาม ขนาดท้องอยู่ยังโดนเตะ ดีมีคนในสถานีมาช่วยไว้ อ้างได้สัมปทานมา ยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
วันที่ 9 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มพ่อค้าและแม่ค้าที่ขายอาหารอิสลาม บริเวณสถานีรถไฟชุมพร ถูกกลุ่มคนร้ายรุมทำร้ายร่างกาย ต่อหน้าผู้โดยสาร โดยอ้างว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับสัมปทาน ก่อนที่จะมีทหารที่โดยสารมากับรถไฟลงมาห้ามไว้
จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.กัลยรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ. เวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย นายวรชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี สามี ซึ่งมีอาชีพขายข้าวหมกไก่ใส่กล่อง และขายเฉพาะบนตู้โบกี้โดยสารเท่านั้น โดยแต่ละวันตนพร้อมสามี จะขับรถยนต์ไปจอดที่สถานีรถไฟปะทิว แล้วจะซื้อตั๋วโดยสาร คนละ 57 บาท พร้อมค่าระวางอีกคนละ 20 บาท แล้วจะเดินเร่ขายบนตู้โบกี้ ซึ่งขบวนรถไฟที่ตนขึ้นมาขายประจำคือ ขบวน 171 กรุงเทพ-สุไหงโก-ลก โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นชาวมุสลิม ครอบครัวตนทำมาค้าขายแบบนี้มากว่า 20 ปี
น.ส.กัลยรัตน์ กล่าวต่อว่า ในวันเกิดเหตุ ขณะที่รถไฟขบวน 171 กำลังจอดเทียบชานชลา ก็ได้มีชายหญิง ซึ่งทราบภายหลังเป็นสามีภรรยากัน ขึ้นมาบนขบวนรถพร้อมกับชี้หน้าต่อว่าตน ซึ่งขณะนั้นกำลังเก็บข้าวของลงรถว่า มีสิทธิอะไรมาขายของที่สถานีรถไฟแห่งนี้ เขาอ้างว่าเขาได้รับสัมปทานมาถูกต้อง ซ้ำพูดดูถูกด้วยถ้อยคำหยาบคายหลายอย่าง และยังเรียกตนว่า ไอ้พวกแม่ค้าเร่เถื่อน ตนพยายามเจรจาชี้แจงด้วยคำสุภาพ แต่ไม่เป็นผล ทั้งคู่กลับต่อว่าหนักขึ้น และเสียงดัง จนผู้โดยสารทั้งบนรถและที่รอเตรียมขึ้นรถ ต่างหันมาดูเป็นตาเดียว
น.ส.กัลยรัตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อตนลงรถและกำลังวางของที่ชานชาลา ฝ่ายหญิงก็ปรี่เข้ามากระชากแขนตนพร้อมต่อว่าอีก ตนจึงสะบัดแขนและตอบกลับไปว่า อย่ามาจับแขน แล้วก็ไปชี้แจงต่อกับทางสามีเขา แต่พูดได้ไม่กี่คำ ฝ่ายชายก็ตบมือเหมือนส่งสัญญาณ ก่อนจะมีกลุ่มชายฉกรรจ์ เกือบ 10 คน กรูเข้ามารุมทำร้ายสามีตนที่กำลังเดินลงมาจากรถ จนล้มลุกคลุกคลาน ผู้โดยสารทั้งบนรถและที่อยู่บนชานชาลา แตกตื่นต่างวิ่งหนี และบางคนก็เข้าห้ามปราม จนกลุ่มดังกล่าวล่าถอยกลับไป ตนพร้อมสามีโชคดีที่มีพลเมืองดีเข้ามาช่วย โดยเฉพาะทหารคนหนึ่ง ที่โดยสารมากับรถขบวนนี้ ได้วิ่งลงมาและช่วยเหลือตนจนรอดเงื้อมมือพวกอันธพาล แม้ตัวสามีจะถูกฟันเข้าที่หลัง ที่ศีรษะ ก็นับว่าโชคยังดีไม่ถึงอาบเลือด
น.ส.กัลยรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า ตนรู้สึกเจ็บใจมาก โดยเฉพาะผู้ชายที่ใจร้าย โหดร้ายมาก ยังเข้ามาเตะตนที่บริเวณชายโครงจนจุก และตนกำลังตั้งท้อง 3 เดือนอีกด้วย ซึ่งตนจะไม่ยอมความแต่อย่างใด จะแจ้งความดำเนินคดีกับพวกนี้ให้ถึงที่สุด
ด้าน นายเผชิญชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี กล่าวว่า ตนเคยขายหมกไก่ให้กับแม่ค้าชาวอิสลามกลุ่มนี้มานานนับ 10 ปี จนกระทั่งเลิกอาชีพนี้ มายึดอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ อยู่ที่สถานีรถไฟชุมพร และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร พ่อค้าแม่ค้ารายอื่นๆ ก็ต่างฝ่ายต่างขายกันไป แต่มาชุดนี้กับเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้าย ตนยอมรับว่าโหด ใจร้ายเกินไป ไม่ควรถึงขั้นลงมือลงไม้ ควรคุยปรับความเข้าใจกันดีกว่า
ด้านทาง พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ สว.สส.สภ.เมืองชุมพร เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางผู้เสียหาย ได้เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร แล้ว ตนพร้อมกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองชุมพร ก็ได้ไปเอาภาพจากกล้องวงจรปิดบนสถานีรถไฟชุมพร ซึ่งครั้งแรกที่ไปขอไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด ตนพยายามชี้แจงก็ได้มาบางส่วน ซึ่งก็พอที่จะนำมารวบรวมกับพยานหลักฐานอื่นๆ ได้ เบื้องต้นขณะนี้ รู้ตัวผู้ก่อเหตุบางรายแล้ว และกำลังจะรอเชิญตัวมาสอบปากคำต่อไป