กรมอุทยานฯ แจงคืบหน้าคืนความเป็นธรรม ขรก.เพิ่มอีก 11 ราย เผยได้รับจดหมายร้องเรียนส่งถึง รก.อธิบดีกรมอุทยานฯ แล้ว 52 ฉบับ ยังเปิดให้ยื่นขอความเป็นธรรมถึง 28 ก.พ.นี้
17 ก.พ. 66 – ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ แถลงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ว่า

ภายหลัง นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มาทำหน้าที่เป็นรักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้เปิดโอกาสให้ข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ยื่นหนังสือต่ออธิบดีฯ ซึ่งขณะนี้มีผู้ยื่นหนังสือเข้ามาแล้ว 52 ราย
แบ่งเป็นระดับ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ สาขา 2 รายงาน หัวหน้าอุทยานฯ 22 ราย ผอ.ส่วน 12 ราย และหัวหน้าหน่วยงานภาคสนามอื่นๆ 16 ราย
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายออกมา 7 คำสั่ง รวมทั้งสิ้นมีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนตำแหน่งทั้งสิ้น 33 ราย ในกรณีนี้มีผู้ที่แจ้งความประสงค์ขอความเป็นธรรมเข้ามา 10 ราย และอีก 1 ราย เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้แจ้งหนังสือ ซึ่งเราทราบว่า เขาเป็นคนมีฝีมือก็ให้กลับไปทำหน้าที่ในตำแหน่งเดิม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจที่กรมได้มอบให้กับเจ้าหน้าที่
นางรุ่งนภา กล่าวว่า กรมอุทยานฯ เราดูทั้งภาพรวม และพยายามมองถึงความเหมาะสมในการให้ข้าราชการไปดำรงตำแหน่ง ในการพิจารณาครั้งนี้มีอยู่ 7 รายได้กลับสู่ตำแหน่งเดิม ถือว่าเป็นการพิจารณาภายใน 1 สัปดาห์ หลังการแถลงข่าวครั้งที่แล้ว
โดยมีผู้ได้รับความเป็นธรรม 11 ราย แต่ก็มีการโยกย้ายให้กลับไปปฏิบัติราชการในต้นสังกัด 5 ราย และให้สับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งหน้าที่ 18 ราย
อย่างไรก็ตามใน 52 รายที่ส่งจดหมายมา เรายังพิจาณาไม่หมด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ถูกโยกย้ายแต่สามารถปฏิบัติงานในตำแหน่งใหม่ได้ลงตัวแล้ว ก็ไม่ได้มีร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา
เมื่อถามว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏรายชื่อบนซองเงินที่พบในห้องอดีตอธิบดีฯ หรือไม่ นางรุ่งนภา กล่าวว่า เท่าที่ดูตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และข้อมูลที่เราได้รับจากกระทรวงก็ไม่มีชื่อคนเหล่านี้ ในเรื่องของรายชื่อที่พบบนซองก็จะเป็นในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
เรื่องซองเงินถ้ามีความชัดเจน และเราได้รับข้อมูลจากทางกระทรวง เนื่องจากกระทรวงมีคณะกรรมการที่จะพิจารณาในเรื่องของวินัย ถ้าส่วนนั้นมีความชัดเจนจึงจะนำข้อมูลมาเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาต่อไป ในส่วนของกรมพิจารณาตามความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และต้นทุนเดิมที่เขามีการทำงานมาก่อนหน้านี้
เมื่อถามว่า การย้ายหัวหน้าอุทยานฯ สิมิลัน ไปเป็น หัวหน้าอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีสาเหตุจากอะไร นางรุ่งนภา กล่าวว่า เพื่อให้ไปดำเนินการเรื่องความโปร่งใสเกี่ยวกับระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tikket) ในการเก็บเงินรายได้
เนื่องจากตอนที่ นางรัชนก แพน้อย ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าอุทยานฯ สิมิลัน มีการจัดเก็บเงินรายได้ จำนวน 75 % ซึ่งอุทยานฯ ทางทะเลอื่นๆ จำเป็นที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของการมีระบบอีทิกเก็ต จึงเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่ให้นางรัชนกไปอยู่อุทยานฯ พีพี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องการใช้อีทิกเก็ต
เมื่อถามต่อว่า เป็นเพราะอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธาราฯ เคยมีข่าวปัญหาเรื่องการจัดเก็บเงินรายได้แหล่งท่องเที่ยวอ่าวมาหยาหรือไม่ นางรุ่งนภา กล่าวว่า ได้รับทราบว่า ในเรื่องเทคโนโยลีความพร้อมในเรื่องอินเทอร์เน็ตต่างๆ ยังไม่มีความพร้อมเท่าทางสิมิลัน ตรงนี้ก็อาจจะถือเป็นการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและให้ทางหัวหน้าอุทยานฯ ที่มีประสบการณ์ไปช่วยตรงนี้ให้มากขึ้น
“ถ้าเป็นผู้ได้รับผลกระทบต้องเชื่อมั่นในตัวผู้บริหารขณะนี้ด้วย เราเปิดรับฟังความคิดเห็นทางตรง ท่านเพียงแต่ส่งหนังสือตรงเข้ามาถึงรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานฯ ก็จะได้รับการพิจารณาที่เหมาะสม เราเองก็ทราบว่า ท่านได้รับการโยกย้ายในช่วงที่ผ่านมา
แต่ถ้าหากว่าท่านไม่ได้ยื่นขอความเป็นธรรมก็เท่ากับว่า ท่านพอใจ และสามารถทำงานในตำแหน่งที่ถูกย้ายไปได้ ซึ่งเราถือว่า การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา หากไม่แจ้งให้ทราบก็ถือว่าอยู่ในภาวะที่เหมาะสมและสามารถปฏิบัติงานได้ จึงอยากเร่งรัดให้สั่งหนังสือร้องเรียนภายในวันที่ 28 ก.พ. เพื่อให้จบเรื่องนี้และก้าวต่อไป ”นางรุ่งนภากล่าว