ยังจับไม่ได้! จระเข้ หลุดลงแม่น้ำปิง 3 วัน จนท.นำตาข่ายล้อมวงจับ โชว์ฤทธิ์เดชดิ้นสะบัดหนี มุดซ่อนโพรงดินใต้ตลิ่ง ทำงานยากขึ้นอีก
วันที่ 19 ก.พ. 2566 ผู้สื่อข่าว จ.นครสวรรค์ รายงานความคืบหน้าจระเข้ของคณะแสดงโชว์ ขนาดยาว 2.80 เมตร หลุดลงแม่น้ำปิง ที่วัดหูวาง ต.หูกวาง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ กลางดึกวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา นางสุพัตรา เผือกจีน หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมทีมไกรทอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครกู้ภัย นำอุปกรณ์ พร้อมเรือยนต์ ลงพื้นที่แม่น้ำปิง เพื่อวางแผนจับจระเข้ หลังมีชาวบ้านพบลอยคอห่างจากวัดหูกวางประมาณ 100 เมตร
เจ้าหน้าที่ได้นำตาข่ายมาดักล้อมจุดที่พบจระเข้ เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนี ปรากฏว่าจระเข้ตื่นตกใจ ประกอบกับเป็นจระเข้ตัวใหญ่ จึงทำให้สะบัดหนี และดำลงไปในน้ำ สลับกับโผล่หัวขึ้นเหนือน้ำอยู่เป็นระยะๆ ทางเจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการจับ แต่สุดท้าย ภารกิจต้องล้มเหลว
นายวิโรจน์ ฤทธิ์กระจาย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.หูกวาง อ.บรรพตพิสัย เปิดเผยว่า ปลัดอำเภอบรรพตพิสัย ได้สั่งการให้นำชุด ชรบ.เฝ้าพื้นที่ริมตลิ่ง ต.หูกวาง เพื่อคุมพื้นที่ลาดตระเวน เกรงว่าจะมีคนเข้ามาใช้ไฟฟ้าชอร์ตเอาจระเข้าไป เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่า มีกลุ่มบุคคล 4 คน เข้ามาในพื้นที่ โดยใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมีอุปกรณ์ครบ อ้างว่าจะมาหาปลา หย่อนเบ็ด และนำเรือมาจับจระเข้ด้วย
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ทีมลาดตระเวนเห็นว่าผิดปกติ จึงไม่ยอมให้กลุ่มคนดังกล่าวลงไปในแม่น้ำปิง เพราะปกติไม่มีชาวบ้านมาหาปลาบริเวณนี้ เนื่องจากริมตลิ่งชันมาก สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มคนดังกล่าวจนเกิดการโต้เถียงกันขึ้นรุนแรง ทำให้เมื่อคืนต้องเฝ้าระวังมากขึ้นจนถึงเช้า เพราะเกรงว่าคณะแสดงโชว์จะส่งคนมาจับจระเข้ และทำลายหลักฐานได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จระเข้ตัวที่หลุดจากคณะแสดงตัวนี้ มีฉายาว่า “ไอ้บอด” หรือ “จระเข้ตาเดียว” เนื่องจากมีข้อมูลว่าตาจระเข้บอดไป 1 ข้าง
เมื่อเวลา 14.00 น. นางสุพัตรา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า พบจระเข้ขนาดใหญ่ นอนอาบแดดในป่าหญ้าริมแม่น้ำปิง ห่างวัดหูกวางไม่มากนัก จึงส่งทีมไกรทอง ประมงจังหวัดนครสวรรค์ และทีมกู้ภัยเดินทางไปตรวจสอบ ปรากฏว่าพบจระเข้นอนอาบแดดอยู่ในป่าริมตลิ่ง จึงวางแผนจับกุมทันที
เบื้องต้นได้แบ่งทีมไกรทอง สนธิกำลัง ทีมกู้ภัย แบ่งออกเป็นสองทีม รวมกันกว่า 30 คน โดยทีมไกรทองจากประมงจังหวัดนครสวรรค์ นำอุปกรณ์ตาข่าย กระสอบ และเหล็ก เพื่อใช้กดที่หัว และหางจระเข้ เดินฝ่าป่ารกทึบ เพื่อเข้าไปใกล้ตัวจระเข้ให้มากที่สุด และจู่โจมด้วยความระมัดระวัง
ส่วนทีมที่สองใช้เรือจำนวน 3 ลำ ลอยริมตลิ่ง คอยใช้อุปกรณ์สำหรับจับจระเข้ดักรอริมตลิ่ง เพื่อสนับสนุนทีมชุดแรกที่เข้าจู่โจมบนตลิ่ง ปรากฏว่าทั้งสองทีมเคลื่อนที่เข้าจับกุมพร้อมกัน โดยใช้ความเงียบให้มากที่สุดและระวังมากที่สุด เนื่องจากจระเข้มีพละกำลังมากอาจเกิดอันตรายได้
การจับจระเข้เป็นไปอย่างยากลำบาก เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปใกล้ จระเข้ก็รีบสะบัดหนีออก แล้วมุดเข้าไปอยู่ในโพรงดินใต้ตลิ่ง กลุ่มเจ้าหน้าที่ต้องลำบากลำบนพากันมานั่งถางป่าหญ้ารก เพื่อเปิดให้เห็นรูโพรงและล้อมกรอบในการจับให้แคบขึ้น