โวย ร.ร.สาธิตดังมหาสารคาม เก็บค่าเรียน โครงการพิเศษ ESC โดยสัญญาพาบินเสริมทักษะต่างประเทศ แต่ไม่ได้ไป บ่ายเบี่ยงเด็กและผู้ปกครองมา 3 ปี

วันที่ 19 ก.พ.2566 กลุ่มผู้ปกครองนักเรียน(ฝ่ายประถม) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยชื่อดัง ใน จ.มหาสารคาม 9 ราย ร้องต่อผู้สื่อข่าว กรณีทางโรงเรียนเก็บเงินค่าเดินทางไปต่างประเทศ ในกลุ่มเด็กที่เข้าโครงการส่งเสริมทักษะและพัฒนาทักษะการ เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ESC หรือ โปรแกรม ESC หรือ English Special Class จำนวน 25 คน ต่อมาลาออกไป 1 คน

แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ทำให้ต้องเลื่อนการเดินทางไป ด้านผู้ปกครองตามเรื่องก็สัญญาว่าจะได้เดินทางไปแน่ๆ แต่สุดท้ายเรื่องเงียบหาย จะขอเงินคืนก็บ่ายเบี่ยง ทำเด็กนักเรียนที่หวังจะได้เดินทางไปเปิดประสบการณ์ต่างประเทศต้องรอเก้อ ถึง 3 ปี ทั้งที่เก็บเงินไป รวมแล้วเป็นเงินถึง 1,958,400 บาท

นางมยุรี (สงวนนามสกุล) ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า ตนส่งลูกเรียนโปรแกรม ESC หรือ English Special Class ของโรงเรียนสาธิตระดับจังหวัด ซึ่งตามที่อาจารย์แจ้งตั้งแต่เข้าเรียนว่าทางโรงเรียนจะเก็บเงินเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นทุนให้นักเรียนไปทัศนศึกษา เสริมทักษะและประสบการณ์ต่างประเทศ โดยในชั้นเรียนนี้มีเด็กที่เข้าร่วมโปรแกรมจำนวนทั้งหมด 24 คน โดยตลอดการเรียนตั้งแต่ ป.1- ป. 6 เป็นเงินตกคนละ 81,600 บาท และที่เรียกเก็บจากทุกคนที่เรียนโปรแกรม ESC รวมเป็นเงินถึง 1,958,400 บาท

ต่อมาเมื่อลูกของตนขึ้นชั้น ป.6 ในปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่โรงเรียนต้องส่งลูกและเพื่อนๆ ร่วมชั้นไปทัศนศึกษาตามที่เคยแจ้งไว้กับผู้ปกครอง โดยทางโรงเรียนได้อนุมัติเงิน 900,000 บาท และกำหนดสถานที่จะไป คือ เป็นประเทศเกาหลีใต้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป สอบถามทางถึงอาจารย์ก็ไม่ได้คำตอบ บอกเพียงว่ากำลังดำเนินการ

ซึ่งบรรดาเด็กต่างมีความหวังและไปทำพาสปอร์ตมารอเก้อ ที่ผ่านมาตนและผู้ปกครองเคยตามเรื่องกับทางโรงเรียนก็ไม่ได้ความคืบหน้า มีอาจารย์ออกมาบอกว่าทุกคนจะได้ไปแน่นอน นอกจากนี้ทางผู้บริหารสูงสุด อธิการบดีมหาวิทยาลัยดังกล่าว ได้สัญญาว่าเด็กทุกคนจะได้ไปต่างประเทศแน่นอน ไม่ต้องห่วงแล้วเรื่องก็เงียบไปอีก

ตนสงสัยถ้าเด็กทั้งหมดจะไม่ได้ไปต่างประเทศ ทำไมไม่แจ้งให้ชัดเจน บ่ายเบี่ยงโยนเรื่องไปมาทำไมตั้งหลายปี ล่าสุดก็บอกว่าเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ปีนี้จะได้ไปประเทศเกาหลีใต้แน่ แต่จะตัดงบลงให้เหลือเพียง 500,000 บาท แต่นี้จะสิ้นเดือนแล้วยังไม่มีวี่แววเลย

ตนอยากถามว่าทำไมตัดงบ เงินจำนวนนี้ลดลงหรือหายไปไหนแล้วตอนนี้ ถ้าไม่ไปทำไมไม่เอาเงินมาคืนผู้ปกครอง หรือจัดให้เด็กได้ไปต่างประเทศ หรือหาทางเยียวยา หรือซื้ออุปกรณ์การเรียนมาทดแทนก็ได้ เราพร้อมรับฟัง แต่ ไม่ใช่มีแต่บอกว่าจะได้ไป ใช้คำสัญามาหลอกให้เด็กๆมีความหวัง จนลูก ๆ และเพื่อนจะเรียนจบ ม.3 แล้ว

ด้านผู้ปกครองอีกราย กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงเรียนไม่มีการแจ้งรายละเอียดการช่วยเหลือ เยียวยา หรือหาทางแก้ไขเรื่องนี้อย่างชัดเจน เมื่อคณะผู้ปกครองสอบถามก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาตลอด บางครั้งก็จะกล่าวให้ความหวังว่ากำลังพิจารณาเรื่อง ซึ่งตนรอมาประมาณ 3 ปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนประเทศจะปิดเพราะสถานการณ์โควิด จนตอนนี้ทุกอย่างกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าลูกตนจะได้ไปเสริมทักษะและประสบการณ์ตามที่โรงเรียนได้แจ้งไว้ตั้งแต่วันที่เข้ามาสมัครเรียน

อีกทั้งเงินที่ตนจ่ายพิเศษในส่วนโปรแกรม ESC นอกจากเก็บเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้ลูกไปต่างประเทศ ก็ยังมีส่วนค่าจ้างครูสอนพิเศษในส่วนของโปรแกรมนี้ แต่ครูก็สอนเหมือนโปรแกรมปกติทั่วไป และสอนชั้นเรียนอื่น ๆ ซึ่งไม่ต่างกัน ตนจึงสงสัยว่าที่เก็บเงินเพิ่มสำหรับผู้เรียนโปรแกรม ESC นั้นจะมีประโยชน์อะไร เพราะก็สอนเหมือนกับโปรแกรมปกติอื่นๆ จึงอยากให้ทางโรงเรียนชี้แจงและหาทางออกให้กับปัญหานี้โดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน