จากกรณีเกิดเหตุเด็กชายวัย 2 ขวบกินขนมอาลัวแล้วติดคอและมาเข้ารักการรักษาที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสอบสวนพ่อแม่เบื้องต้นให้การว่า เด็กได้กินขนมอาลัวเข้าทำให้ติดคอเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งประชาชนยังให้ความสนใจของการเสียชีวิตของหนูน้อยดังกล่าว อ่านข่าว : สลดใจ! ขนมอาลัวติดคอเด็กน้อย2ขวบดับสลด ตำรวจเจอพิรุธ-เค้นสอบพ่อเลี้ยง
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ทางพนักงานสอบสวนได้เรียกน.ส.ปาณิสา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี แม่ และนายนิสสรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นสามีใหม่ มาสอบปากคำ รวมทั้งพยานอีก 2 คน ซึ่งยังให้การเหมือนกันว่าลูกชายได้ขอกินขนมอาลัว จากนายนิสสรณ์แล้วเกิดอาการติดคอ ก่อนจะนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนศพของด.ช.อมรวัฒน์ เบื้องต้นได้ส่งศพให้แพทย์โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรชันสูตร
ล่าสุดผลชันสูตรออกมาว่า มีเลือดออกในสมอง และตามลำตัวมีบาดแผลหลายแห่ง รวมทั้งขาข้างขวาที่หักก่อนหน้านั้นมีรอยเขียวช้ำเหมือนถูกเตะ ส่วนที่ว่าขนมติดคอนั้นต้องรอเอกสารยืนยันจากแพทย์อีกครั้ง ส่วนศพทางญาติของแม่เด็กได้รับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่บ้านเกิดจ.ปทุมธานี
พ.ต.ท.อเนก อุ่นจันทร์ รอง.ผกก.(สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ผลชันสูตรจากแพทย์พบว่าเด็กมีเลือดออกในสมอง น่าจะเกิดจากได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง และตามร่างกายมีร่องรอยเหมือนการถูกทำร้ายหลายแห่ง ส่วนที่พ่อเลี้ยงอ้างว่าขนมอาลัวติดคอนั้น ต้องรอเอกสารยืนยันจากแพทย์อีกครั้ง โดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะรู้ผล
พ.ต.ท.อเนก กล่าวต่อว่า ส่วนด้านการสอบสวนจะได้เรียกพยานใกล้ชิดมาสอบเพิ่มเติม ขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์โดยแม่เด็กอ้างว่าได้ปล่อยให้เด็กอยู่กับสามีใหม่ตามลำพัง ส่วนตนเองอยู่นอกบ้านออกไปช่วยน้าทำงาน จนกระทั่งนายนิสสรณ์ ซึ่งเป็นสามีใหม่ วิ่งมาบอกว่าขนมติดคอลูกตนจึงวิ่งกลับมาดู ก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ เบื้องต้นจะให้ชุดสืบสวนออกหาข่าว และจะเรียกตัวแม่เด็กรวมทั้งตัวพ่อเลี้ยงมาสอบสวนเพิ่มเติม ถ้าพบหลักฐานว่าทั้ง 2 คนร่วมกันทำร้ายด.ช.อมรวัฒน์โดยอ้างว่าเด็กกินขนมติดคอเพื่ออำพรางคดี จะได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อนำตัวทั้งคู่มาดำเนินคดีต่อไป