ผู้ช่วยพยาบาลช้ำ ร้องสื่อขอความเป็นธรรม สามีจดทะเบียนซ้อนหญิงอื่นในวันวาเลนไทน์ เจอไล่ให้ไปตรวจดีเอ็นเอลูกในท้อง หนุ่มเผยยินดีรับผิดชอบ หากเป็นลูกจริงๆ

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ผู้ช่วยพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.เลย เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า สามีวัย 27 ปี ไปจดทะเบียนสมรสซ้อนกับหญิงอื่นในวันวาเลนไทน์ และไม่รับผิดชอบลูกในท้อง

น.ส.บี เล่าว่า ตนอยู่กินกับสามีได้ประมาณ 1 ปี 2 เดือน ก่อนคบกันสามีก็ยอมรับว่า เคยมีลูกกับภรรยาเก่ามาแล้ว 2 คน และเลิกกับภรรยาคนนั้นไปแล้ว แต่ภรรยาเก่าไม่ยอมย้ายออกจากบ้าน ซึ่งบ้านของสามีเปิดเป็นอู่ซ่อมรถอยู่ที่เชียงคาน นานๆ ครั้งถึงจะแวะมาหาในเมือง และตนก็ไม่รู้ว่า สามียังใช้ชีวิตร่วมกันกับภรรยาเก่าอยู่

ต่อมาตนเห็นเฟซบุ๊กของภรรยาเก่าที่สามีอ้างว่า เลิกกันไปแล้วนั้นโพสต์ภาพใบทะเบียนสมรสที่เพิ่งจดกันไปในวันที่ 14 ก.พ.66 ด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงจดทะเบียนสมรสซ้อน เพราะวันที่ 9 ม.ค. ตนกับสามีเพิ่งจะไปจดทะเบียนสมรสด้วยกันมา เมื่อโทรไปสอบถามสามี ภรรยาเก่าของสามีเป็นคนรับสาย และพูดว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

หลังจากจดทะเบียนกับสามี ตนตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน แต่หลังจากที่ตนทราบว่า สามีแอบไปจดทะเบียนซ้อน ตนจึงสอบถามเรื่องความรับผิดชอบเรื่องลูก โดยเรียกร้องค่าเลี้ยงดู 3 แสน พร้อมกับตัดความสัมพันธ์ แต่สามีปฏิเสธว่าไม่มีเงินให้ และตอบกลับว่า ทำไมไม่รู้จักป้องกัน พร้อมกับจะให้เธอนั้นไปตรวจ DNA ลูกในท้องว่าใช่ลูกของเขาหรือไม่

ตนจึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรม ให้ฝ่ายชายออกมารับผิดชอบ และอยากได้รับคำตอบจากทางอำเภอว่า ทำไมสามีถึงสามารถจดทะเบียนสมรสได้ถึง 2 ครั้ง

ด้านนายเอ (นามสมมติ) ยอมรับว่า จดทะเบียนสมรสซ้อนจริง โดยที่จดกับฝ่ายหญิง เพราะว่าถูกทวงถามหลายครั้งจึงยอมจดทะเบียนให้พ้นๆ ไป ส่วนเมื่อวันวาเลนไทน์ เป็นเพราะภรรยาคนปัจจุบันอยู่ด้วยกันมา 11 ปี มีลูกด้วยกันมาแล้ว 2 คน ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมายจึงยอมไปจด

ฝ่ายชายโต้กลับผู้เสียหายว่า ไม่เคยบอกว่าเลิกกับภรรยาไปแล้ว ซึ่งฝ่ายหญิงก็ทราบมาตลอด ส่วนเรื่องลูกในครรภ์ยินดีจะรับผิดชอบ หากเป็นลูกตนจริงๆ ส่วนเรื่องการจดทะเบียนสมรสซ้อน หลังจดทะเบียนสมรสเมื่อ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนกับภรรยาก็เซ็นใบหย่าไปเมื่อ 16 ก.พ. เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และพยายามจะติดต่อฝ่ายหญิงให้มาเซ็นใบหย่าด้วย แต่ก็ไม่ยอมมา ยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดตัวเองทั้งหมด

ที่มา โหนกระแส ภาพจากช่อง one31.net

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน