เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 ก.พ. พ.ต.ท.มาโนช ฤทธิพูน สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กุฏิพระสงฆ์ ภายในวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมว่าที่ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา นำรถน้ำรถดับเพลิง จากเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เทศบาลเมืองอโยธยา อบต.เกาะเรียน และของสมาคมอยุธยารวมใจ ไปควบคุมเพลิง
ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิพระสงฆ์ ซึ่งเป็นไม้สักเก่ายกพื้นสูง ปลูกติดกันหลายหลัง จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ประกอบกับมีลมกรรโชกแรงทำให้เพลิงโหมอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงเร่งระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยพบว่าเพลิงลุกไหม้กุฏิพระเสียหาย 3 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
จากการสอบสวนพระปลัดมงคล กิติพุทโธ อายุ 61 ปี ทราบว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่พระสงฆ์ 30 รูป ออกไปบิณฑบาต สำหรับกุฎิที่เกิดเพลิงไหม้ 3 หลัง มีพระณรงค์ ปราโมทย์ อายุ 78 ปี พระลูกวัดจำวัดอยู่ ขณะเกิดเหตุออกไปบิณฑบาตร อีกสองหลัง ใช้เก็บของกุฎิเป็นไม้สักเก่าออายุกว่า 100 ปี ซึ่งทางวัดอยู่ระหว่างที่จะบูรณะแต่ก็มาถูกเพลิงไหม้ก่อน
สอบถามนายสิทธิชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 15 ปี เด็กวัด ทราบว่า ช่วงเกิดเหตุตนกำลังทำความสะอาดวัดอยู่ ได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงประทัดดัง 3-4 ครั้ง แล้วเพลิงได้ลุกไหม้โหมอย่างรุนแรง จากกุฏิหลังริมสุดซึ่งไม่มีพระจำวัด ก่อนลามไปหลังที่ 2 และหลังที่ 3
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากเป็นกุฎิเก่าและต้นเพลิงมาจากกุฎิที่ไม่มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ จะได้สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดพร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพระนครศรีอยุธยา เข้าทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้อีกครั้ง



