เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4409 อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เข้าตรวจเยี่ยมการออกสัญชาติให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน โดยมี พล.ท.วิทยา อรุณเมธี ผอ.ศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า นาย พงษ์เทพ ไข่มุกด์ รองผวจ.ปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วม

โดยพล.ท.ปิยวัฒน์ได้เข้าพบปะพูดคุยกับผู้เข้าร่วมโครงการและครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยหลบซ่อนอยู่ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนนำครอบครัวเข้าร่วมโครงการรวม 98 คน ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้จัดมาพักไว้ภายในศูนย์พัฒนาและฝึกอาชีพ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4409 เพื่อพิสูจน์สัญชาติและช่วยสอนภาษาไทยพร้อมกับฝึกอาชีพ และวันนี้ยังได้นำหนังสือเรียนฝึกเขียนและอ่านภาษาไทย ไปมอบแก่ผู้เข้าร่วมโครงการและครอบครัว เพื่อฝึกการเรียนการสอนภาษาไทยให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ

พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า จากการที่ผู้เห็นต่างได้เข้ามอบตัวในโครงการพาคนกลับบ้าน ทำให้ผู้เห็นต่างมองเห็นถึงความตั้งใจของทางหน่วยงานทหารที่ดำเนินงานด้วยความยุติธรรมและบริสุทธ์ใจ ไม่ใช่แค่ 98 คนที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายรายที่กำลังตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งในวันนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการพิสูจน์สัญชาติและได้รับบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว 4 คน และในวันที่ 22 ก.พ.นี้ จะได้รับการพิสูจน์สัญชาติและออกบัตรประจำตัวประขาชนให้อีกกว่า 25 คน ส่วนที่เหลือก็จะเร่งดำเนินการ

“ซึ่งโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน และได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนด้วยดี สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการตอนนี้ระหว่างรอการดำเนินการมีการจัดเจ้าหน้าที่ทหารพรานมาสอนหนังสือ และยังให้พี่น้องของผู้เข้าร่วมโครงการมาทำการฝึกสอนหนังสือด้วย นอกจากนี้ยังมีการฝึกสอนอาชีพตามโครงการพระราชดำริ หรือผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะประกอบอาชีพที่บ้านเกิดก็ได้เช่นกัน ทำให้ผู้เห็นต่างจากโครงการเริ่มที่จะกลับตัวกลับใจเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการดังกล่าวทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ

ขณะที่หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ เปิดเผยว่า หลบหนีจากประเทศไทยไปกว่า 40 ปีไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาเมืองไทย รู้สึกปลาบปลื้มมากที่ได้กลับมายังแผ่นดินเกิดไม่ต้องคอยหลบซ่อน การได้บัตรประชาชนในครั้งนี้เสมือนได้เกิดใหม่ เพราะสามารถประกอบอาชีพได้ และได้กลับมาอยู่ร่วมกันกับครอบครัว สำหรับการได้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ตนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมกันพัฒนาชาติ และจะใช้โอกาสนี้ชักชวนผู้ที่หลงผิด เข้ามาร่วมโครงการพาคนกลับบ้านเช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน