ดวลเดือดเมืองนนท์ ญาติคนตาย แจ้งความ เศร้าเตรียมแต่งงาน ส.ค.นี้ แฉกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งสองฝ่าย เป็นลูกน้องนักการเมืองท้องถิ่น
นนทบุรี : ความคืบหน้าคดี 2 กลุ่มวัยรุ่น เปิดศึกดวลเดือดสาดกระสุนปืนใส่กันไม่ยั้ง ในร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 พ.ค.2566 น.ส.แดง (นามสมมติ ) อายุ 41 ปี ญาตินายมานพ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง เพื่อให้เร่งติดตามตัวกลุ่มคู่กรณีที่ยิงปืนใส่จนทำให้นายมานพถูกลูกหลงจนเสียชีวิต
น.ส.แดง เปิดเผยว่า ตนไม่รู้ว่าสาเหตุที่ทั้งสองกลุ่มทะเลาะกันมาจากเรื่องอะไร มาทราบเรื่องตอนหลัง หลังจากที่คนชื่อปิ๊งกับก้องมีเรื่องชกต่อยกันไปแล้ว แล้วต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไป ส่วนฝ่ายคนเจ็บมานั่งเล่นกันอยู่ที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยว ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะย้อนกลับพร้อมกับอาวุธปืน มาถึงก็ชักอาวุธปืนออกมาเป็นฝ่ายมาหาเรื่องก่อน
ทุกคนที่เห็นพยายามเข้าห้ามรวมทั้งตัวของนายมานพเอง ซึ่งไม่รู้เรื่องว่าทั้งสองฝ่ายมีปัญหาอะไรกันและไม่เกี่ยวข้องด้วย ไม่มีใครคิดว่าหลังจากมีเรื่องชกต่อยกันผ่านไปแล้วสองชั่วโมงครึ่ง ฝั่งเขาจะย้อนกลับมาอีกแล้วก็โวยวาย จากนั้นเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน ทำให้ทุกคนในร้านต้องรีบแยกย้ายหลบลูกกระสุนหนีตายกัน ทำให้นายมานพถูกลูกหลงจากกระสุนเข้าที่ศรีษะ
อ่าน : เมืองนนท์เดือด! 2 กลุ่ม นัดเคลียร์ใจร้านเตี๋ยวเรือ คุยไม่ลงตัว ยิงถล่ม 50 นัด สาหัส 3
อ่าน : ดับแล้ว1 เมืองนนท์เดือด ดวลปืนสนั่น รู้ตัวมือยิงแล้ว เป็นหลานเซียนพระดัง
น.ส.แดง กล่าวอีกว่า แต่เดิมทีทั้งสองฝ่ายก็เป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่มาเกิดมีปัญหาผิดใจกันด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ จนกระทั่งนำปืนมาไล่ยิงกัน ส่วนตัวนายมานพที่ถูกลูกหลงก็มีแพลนที่จะแต่งงานในวันที่ 20 ส.ค.นี้ โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่ทำงานอยู่ที่เทศบาลตำบลไทรม้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งสองฝ่ายเป็นกลุ่มลูกน้องนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ โดยกลุ่มที่เป็นฝ่ายเปิดฉากยิงนั้นเป็นกลุ่มลูกน้องนักการเมืองในพื้นที่ตำบลไทรม้า กับฝ่ายลูกน้องนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ ต.บางรักน้อย
ต่อมาทั้งสองกลุ่มได้ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองของนักการเมืองในพื้นที่คนหนึ่ง แล้วเกิดเขม่นเกทับกันเรื่องแบล็คหนุนหลัง จนเกิดการท้าชกกันขึ้นก่อนจะกลายเป็นการเปิดฉากกราดกระสุนดวลปืนจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายในที่เกิดเหตุ และเสียชีวิตต่อมา 1 รายคือนายมานพ