ตาวัย 78 ช็อก ถูกผู้จัดการสหกรณ์การเกษตร เอาชื่อไปกู้เงิน เป็นหนี้เกือบ 1 ล้าน โดยไม่รู้ตัว โร่แจ้งความ แม้คนทำรับปากว่าจะใช้หนี้ให้
26 พ.ค. 2566 – ที่ สภ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น ชาวบ้านกว่า 10 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เดชาธร ดีมี ผกก.สภ.เปือยน้อย เพื่อแจ้งความเอาผิด หลังถูกเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย ปลอมแปลงเอกสารทำให้เป็นหนี้โดยไม่รู้ตัว ทำให้ชาวบ้านเป็นหนี้ ตั้งแต่รายละหมื่นจนถึงล้านกว่าบาท
นายสำลี แทนอันทา อายุ 78 ปี กล่าวว่า ตนได้รับความเดือดร้อนจากการถูกปลอมแปลงเอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ ของบุคลากรในสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย ทำให้เป็นหนี้ไม่รู้ตัว จำนวน 800,000 บาท บวกดอกเบี้ยและค่าปรับ รวมเป็นเงิน 1,012,530.06 บาท
ตนเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย ตามบัญชีเลขที่ 26/003 ทะเบียน 00000103 กลุ่มที่ 26 ในปี 2556 เคยนำโฉนดที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้กับทางสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อยจำนวน 400,000 บาท
แต่ครอบครัวตนหาเงินมาปิดยอดหนี้จำนวน 400,000 บาท และไถ่ถอนเอาโฉนดที่ดินออกมาเป็นที่เรียบร้อยในปี 2559 และถือว่าจบหนี้กันไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกัน และไม่มีการทำธุรกรรมอะไรกับทางสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อยอีก
กระทั่งวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย แจ้งว่า นายสมศักดิ์ แก้วอาสา ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย ให้มารับ มีธุระจะคุยด้วย จึงได้นั่งรถกับเจ้าหน้าที่ไปพบกับผู้จัดการสหกรณ์ในที่ทำงาน โดยได้พาอ้อมขึ้นด้านหลังสำนักงาน เนื่องจากด้านหน้ามีชาวบ้านอยู่จำนวนมาก
เมื่อผู้จัดการพบหน้า ผู้จัดการพูดว่า พี่ครับผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ผมเอาชื่อพี่กู้เงิน 800,000 บาท แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะหนี้ที่เป็นอยู่ ผมจะรับผิดชอบและจะจัดการใช้หนี้ให้พี่ทุกบาท และผมขอร้องพี่ พี่อย่าบอกเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจสอบ อย่าบอกชาวบ้าน อย่าแจ้งความเด็ดขาดนะพี่
นายสำลี กล่าวต่อว่า หลังได้ยินคำพูดของผู้จัดการแล้ว ตนรู้สึกไม่สบายใจ และไม่รับปากอะไรทั้งสิ้น ตนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เล่าให้ภรรยาและลูก ๆ ฟัง ทุกคนจึงลงความเห็นว่า ต้องแจ้งให้คณะกรรมการที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบทราบเรื่อง และต้องแจ้งความเอาผิดกับผู้จัดการสหกรณ์ฯ รวมถึงเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทุกคน เพราะไม่ทราบว่า จะมีชาวบ้านอีกกี่รายที่ตกเป็นเหยื่อ