รวบหนุ่มจีน ฟอกเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2.5 พันล้าน เอาไปซื้อทองคำ-อสังหาริมทรัพย์ ทลายขบวนการขนยาเข้าแดนโสม ผ่านพัสดุ ค่ากว่า 17 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.66 ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า การกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกํากับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพํานักอาศัยหรือ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกอบกับนโยบายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ

โดย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดําเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พํานักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทําผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทําให้เกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทําความผิด

ภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก็วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้วรอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม.,

พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสําคัญ ดังนี้

1.สตม.รวบหนุ่มจีนเครือข่ายฟอกเงินของขบวนการแก๊งคอล มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท สืบเนื่องจากการประสานงานกับเอกอัครราชทูตจีนประจําประเทศไทย กรณีผู้ต้องหาตามหมายจับของ สาธารณรัฐประชาชนจีนรายสําคัญ คือนายซู (นามสมมติ) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้รับหน้าที่ฟอกเงินของขบวนการ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในประเทศกัมพูชามี มูลค่า 2,500 ล้านบาท

บก.สส.สตม.สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายจนทราบว่า นายซูถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ก.พ.63 ด้วยวีซาท่องเที่ยว และซ่อนตัวอยู่ในคอนโดหรูแห่ง หนึ่งที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเฝ้าดูและติดตามจนพบนายซู ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคล ตามหมายจับสาธารณรัฐประชาชนจีน และถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวฯ

อยู่บริเวณริมถนนแถวคอนโดดังกล่าว จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจและขอทําการตรวจค้น นายซูสมัครใจพาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นห้อง ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ และบัตรเครดิต จํานวนหลายรายการ จากนั้นจึงนําตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากการสืบสวนทราบว่านายซูมีหน้าที่ฟอกเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา โดยนําเงินที่แก๊งคอลฯ ได้มาจากการหลอกลวงประชาชนมาเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิตอล หรือติดต่อคนที่อยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าซื้อทองคําหรืออสังหาริมทรัพย์ จากการตรวจสอบพบว่า ฟอกเงินให้ขบวนการนี้มากกว่า 2,500 ล้านบาท

2.สตม.รวบมือขวาขบวนการลักลอบขนยาเข้าแดนโสมผ่านพัสดุ พบของกลางมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ในช่วงระหว่างเดือน มิ.ย.65 ถึง มี.ค.66 กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ณ กรุงโซลมีปฏิบัติการปราบปรามเพื่อป้องการการระบาดของยาเสพติด บริเวณโดยรอบสถานบันเทิง เช่น ย่านกังนัม และย่านแทวอน จับกุมผู้เกี่ยวข้องในการจัดจําหน่ายยาเสพติดและผู้เสพสารเสพติด ทั้งหมด 70 ราย ยึดของกลางยาเสพติด หลายประเภท มีมูลค่าสูงถึง 620 ล้านวอน ยึดเงินสดมูลค่า 19.15 ล้านวอน รวมเป็นเงินไทยกว่า 17 ล้านบาท

โดยในช่วงดังกล่าว เจ้าหน้าที่สืบสวนของกรุงโซลสืบพบว่า นายคิมหลบหนีมายังประเทศไทย กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ณ กรุงโซล จึงประกาศออกหมายแดงของตํารวจสากล (INTERPOL)

สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจําประเทศไทยจึงประสานมายัง สตม. เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตาม หมายจับของประเทศเกาหลีใต้ รายสําคัญ คือนายคิม (นามสมมติ) อายุ 26 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติรับผิดชอบขนยาเสพติด บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายจนทราบว่า

นายคิมถือหนังสือเดินทางประเทศเกาหลีใต้ เดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ก.ค.65 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว และหลบซ่อนอยู่ในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงเฝ้าดูและติดตามจนพบนายคิม ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลตาม หมายจับประเทศเกาหลีใต้ และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดอยู่บริเวณหมู่บ้าน จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ โทรศัพท์มือถือ จึงแจ้งข้อกล่าวหาและนําส่ง พนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากการสืบสวนทราบว่า นายคิมจะใช้แอพพลิเคชั่น “เทเลแกรม” เพื่อติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับ ลูกค้า และเมื่อตกลงสั่งซื้อนายคิม จะแบ่งยาเสพติดให้มีสัดส่วนที่เล็กลงและนําไปไว้ในสถานบันเทิง ที่ลับตาคนที่นัดหมายกับผู้ซื้อไว้ล่วงหน้า เพื่ออําพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตํารวจพบเห็น อีกทั้งนายคิม ยังทำหน้าที่ขนยาเสพติดจากประเทศไทยส่งออกไปยังประเทศเกาหลีใต้

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทํา ความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดําเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทําผิด กฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทําให้เกิด ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ ของประเทศชาติ

รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มี หมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทําความผิด กรุณาแจ้งมายัง สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตําบลบ้านใหม่ อําเภอปากเกร็ด จังหวัด นนทบุรี 11120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน