แม่ร้องสื่อ จู่ๆ ลูกชายถูกยัดหนี้กว่า 6 แสน เจอพิรุธ จนท.สหกรณ์ฯ แย่งเอกสารคืน ก่อนแย่งกลับมาได้ โร่แจ้งความเอาผิด

วันที่ 31 พ.ค.66 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน กรณีที่ชาวบ้านเดือดร้อนจากการบริหารจัดการของสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย จ.ขอนแก่น โดยพบกับ พ.ต.อ.เดชาธร ดีมี ผกก.สภ.เปือยน้อย ระบุว่า คดีการถอนเงินของชาวบ้านที่เป็นสมาชิกสหกรณ์นั้น ตำรวจจะเข้าไปสอบสวนผู้ต้องหาในเรือนจำจังหวัดพล เพื่อขยายผลต่อว่า มีใครเกี่ยวข้องในการลงมือหรือไม่ หากพบก็จะเรียกมาสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะนี้มีชาวบ้านเข้าแจ้งความเบื้องต้น 14 ราย รวมเป็นเงิน 7,619,402.45 บาท ซึ่งชาวบ้านที่เข้าแจ้งความ ส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองเป็นหนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดขอนแก่น แต่ยังไม่เห็นสัญญาเงินกู้ จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครทำสัญญาเงินกู้ ใครเซ็นชื่อในสัญญา และยังไม่มีสัญญาเงินกู้มาให้ตำรวจตรวจสอบ

ในส่วนนี้พนักงานสอบสวนจึงออกหมายเรียกไปยังประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย ให้นำสัญญาเงินกู้ฉบับจริงทั้ง 14 รายมามอบให้ เพื่อจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของลายมือในสัญญา เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าใครทำสัญญาขึ้นมา โดยจะเรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อมาสอบสวน เรียกประธานมาสอบ ถึงขั้นตอนการทำสัญญา จะได้รู้ว่าใครลงลายมือ และเซ็นเอกสารในจุดใดบ้าง

ซึ่งประธานจะต้องนำสัญญาตัวจริงทั้ง 14 ราย มาให้กับพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 2 มิ.ย.66 ในส่วนของชาวบ้านที่เป็นสมาชิกที่ยืนยันว่าไม่ได้กู้ ทางสหกรณ์ก็จะต้องนำหลักฐานสัญญาเงินกู้มายืนยันทั้งหมด หากชาวบ้านไม่ได้กู้แต่มีการทำธุรกรรมการกู้ นั่นคือการส่อเจตนาในการทุจริต ทางตำรวจก็จะต้องสืบสวนสอบสวนขยายผลว่าใครปลอมรายการกู้ขึ้นมา หากพบความผิดก็เรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางทองดำ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ชาว ต.เปือยน้อย อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น แม่ของ นายเกียรติบดินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี กล่าวว่า ลูกชายเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย และเคยกู้เงิน 2 ครั้ง ครั้งแรก 400,000 บาท สหกรณ์หักเข้าเป็นเงินหุ้น 40,000 บาท และไถ่ถอนคืนเรียบร้อย

ต่อมาได้กู้ครั้งที่ 2 เป็นเงิน 80,000 บาท สหกรณ์หักเข้าหุ้น 10,000 บาท จึงได้รับเงินเพียง 70,000 บาท จากนั้นครอบครัวได้นำเงินจ่ายหนี้และไถ่ถอนโฉนดที่ดินคืนมาเป็นที่เรียบร้อย และลูกชายต้องการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย แต่ผู้จัดการไม่ให้ถอน เพราะยังมีหุ้นอยู่ 50,000 บาท เผื่อจะกู้ครั้งต่อไปจะได้ง่ายๆ ลูกชายจึงไม่ถอนและยังเป็นสมาชิกอยู่

มีเจ้าหน้าที่จากสหกรณ์จังหวัดลงพื้นที่มาตรวจสอบที่สหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย และเห็นยอดหนี้ของลูกชาย ยังค้างจ่ายให้สหกรณ์การเกษตรเปือยน้อยจำนวน 607,836.06 บาท จึงแจ้งให้ครอบครัวทราบ ก่อนจะพากันไปตรวจสอบที่สหกรณ์การเกษตรเปือยน้อยเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาจึงเห็นรายละเอียดจากเอกสารที่ทางสหกรณ์เปือยน้อยมอบให้ว่าเป็นหนี้จำนวนดังกล่าว

แต่ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ในสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อยก็ได้มอบใบเสร็จรับเงินให้โดยบอกว่า ไม่มีหนี้แล้ว ใช้หนี้ครบแล้ว จึงรีบนำใบเสร็จไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เปือยน้อย ให้สืบสวนสอบสวนเอาผิดกับสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย ที่สร้างหนี้ให้โดยไม่รู้ตัว และไม่เชื่อว่าหนี้จะหมดไปเพราะไม่เห็นสัญญาเงินกู้ตัวจริง อีกทั้งพบความไม่ชอบมาพากล เพราะหลังจากรับใบเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ ได้มาแย่งเอาเอกสารและใบเสร็จรับเงินกลับไป ตนแย่งคืนมาได้ ทำให้เชื่อว่าการบริหารจัดการในสหกรณ์ฯ ไม่โปร่งใสอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน