ลุยตรวจ วัดบางกุ้ง จ.สมุทรสงคราม หลังหนุ่มให้อาหารสัตว์ โดนอูฐกัดหูแหว่ง เผย ยังมีความปลอดภัย เตรียมเสริมคอให้สูงขึ้น พร้อมติดป้ายเตือนแล้ว
จากกรณี นายวรฉัตร บริบูรณ์ อายุ 32 ปี อาชีพขายส้มโอ ถูกอูฐกัดหูแหว่ง เหตุเกิดที่วัดบางกุ้ง ต.ต.บางกุ้ง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ก่อนจะมีการเผยคลิปผ่านทางติ๊กต็อก พร้อมทั้งฝากเตือนนักท่องเที่ยวขอให้ระมัดระวังให้อาหารสัตว์ โดยเฉพาะอูฐที่คอยาว จึงควรระมัดระวังอย่างใกล้ชิด และขอให้ทางวัดกั้นไม่ให้อูฐยื่นคอออกมา และทำป้ายเตือนให้ชัดเจน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 1 มิ.ย.2566 ที่วัดบางกุ้ง ต.สมุทรสงคราม นสพ.เชิงชาญ พึ่งเจียม ปศุสัตว์ จ.สมุทรสงคราม พร้อมด้วย นายธราเทพ กุลพานิช ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สมุทรสงคราม, นายเอกพล พลายแดง หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสัตว์ป่า สบอ.3 (บ้านโป่ง), นายนาวิน ศรีสินอำไพ ปลัดอำเภอบางคนที,
นายบุญยิ่ง เล็กสาคร นายก อบต.โรงหีบ และผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบว่าทางวัดได้นำป้ายขนาดใหญ่มาติดเตือนนักท่องเที่ยวแล้ว เช่น ห้ามหันหลังถ่ายรูประวังอูฐกัด, คอกควายเด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง และตรงนี้อูฐกัด เป็นต้น
นายบุญยิ่ง กล่าวว่า อูฐตัวนี้ชื่อ “เด้าเด๊า” นำมาเลี้ยงเมื่ออายุไม่ถึง 1 ปี ปัจจุบันอายุ 14 ปีแล้ว มีนิสัยเชื่องไม่เคยมีพฤติกรรมกัดใคร อีกทั้งสวนสัตว์แห่งนี้มีการกั้นคอกมั่นคงแข็งแรง แต่ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวบางส่วนไม่รู้ที่มาให้อาหารอูฐตัวนี้ต้องการภาพสวยงามในลักษณะเซลฟี่ โดยหันหลังให้อูฐพร้อมกับส่งผักบุ้งให้อูฐกิน เมื่อยังไม่ได้ภาพที่ถูกใจก็จะชักผักบุ้ง ทำให้อูฐเกิดความสับสน
นายบุญยิ่ง กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คนที่เซลฟี่ก็อยู่ในลักษณะหันหลังให้อูฐจึงมองไม่เห็นอูฐเข้ามาใกล้ ๆ ส่วนกรณีนี้นักท่องเที่ยวมายื่นผักบุ้งให้อาหารควายที่อยู่ใกล้กับอูฐ ซึ่งอูฐเขาไม่รู้นึกว่าจะมาให้เขาด้วยจึงโน้มคอมางับ แต่ดันมางับโดนหูนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุบัติเหตุสัตว์เขาไม่รู้เรื่อง ถือว่ามีความปลอดภัย
นายบุญยิ่ง กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม จากนั้นไปจะเปลี่ยนป้ายเตือนให้ใหญ่ และชัดเจนมากขึ้น มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย และทางวัดจะทำคอกใหม่ให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้อูฐเอาหัวออกมากินอาหารได้ และให้ทำช่องขนาดเล็กพอให้อาหารได้ อูฐจะได้ไม่นำศีรษะออกมาเป็นอันตรายได้



