โฉ่อีก นักท่องเที่ยวสาวลิทัวเนีย โดนลูกจ้างอุทยาน ทำอนาจาร อ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตอนแรกจะก่อเหตุขืนใจ แต่ยั้งใจไว้ได้ ไหว้ขอโทษทำเสียชื่อ
จากการที่มีข่าวแพร่สะพัดว่าลูกจ้างหน่วยราชการในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศนักท่องเที่ยวสาวชาวลิทัวเนีย โดยนักท่องเที่ยว เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันที่ 1 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.ศรีสวัสดิ์ เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.กิตติพันธุ์ เสนาบุตร ผกก.สภ.ศรีสวัสดิ์ และ พ.ต.ต.ปกรณ์เกียรติ ชิณเทศ สว.(สอบสวน) สภ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ ตร.กำลังทำการสอบปากคำ นายปราโมทย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ลูกจ้างชั่วคราวอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหา ก่อเหตุกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย นักท่องเที่ยวสาว ชาวลิทัวเนีย อายุ 27 ปี บริเวณบ่อขยะเทศบาลเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
พ.ต.ต.ปกรณ์เกียรติ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 12.14 น. วันที่ 1 มิ.ย.66 ตำรวจท่องเที่ยวกาญจนบุรีนำนักท่องเที่ยวสาวชาวลิทัวเนียเข้ามาแจ้งความว่า เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 31 พ.ค.66 ถูกขายคนหนึ่งก่อเหตุใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้เสียได้นำคลิปและภาพถ่ายที่บันทึกไว้ขณะที่เกิดเหตุ และสภาพร่างกายมี่มีร่องรอยการใช้กำลังทำร้าย โดยทางตำรวจท่องเที่ยวได้นำล่ามมากเพื่อเป็นสื่อกลางในการให้ปากคำ ต่อจากนั้นผู้เสียนำชี้จุดเกิดเหตุ หลังจากนั้น ทางสภ.ศรีสวัสดิ์ ประสาน นายประวัฒน์ พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยรายนี้
ต่อมา นายปราโมทย์ ลูกจ้างของอุทยาน เข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยรับสารภาพในทุกข้อหา หลังจากนั้นชุดสืบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นบ้านพัก พบหลักฐาน เสื้อยืดสีเทา 1 ตัว เสื้อยืดสีดำ 1 ตัว กางเกงบ๊อกเซอร์ 1 ตัว รองเท้าแตะสีดำ 1 คู่ ที่สวมใส่ตอนก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125ไอ สีขาวแดง ที่ใช้ในวันก่อเหตุ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีในข้อหากระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายผู้อื่นโดยเจตนา
ด้าน นายปราโมทย์ เปิดเผยว่า เจอผู้เสียหาที่บริเวณหน้าป้ายหน่วยลำต้น ตนกำลังไปซื้อเทียนที่ร้านค้าข้างบน แต่ไม่มีเทียนขาย จึงไปซื้อที่ร้านค้าข้างล่างไปเจอเขาอีกรอบ เลยบีบแตรทักแซวและเปิดไฟเลี้ยวไปทำธุระ ต่อมาเขาขับรถตามเข้ามา จึงทำมือไล่ออกไปว่าเข้ามาไม่ได้ แต่เขาขับตามเข้ามาจนถึงที่จอดรถ ผมทำมือให้วนหัวกลับ เขาทำท่าเหมือนไม่เข้าใจ
เลยเดินเข้าป่ามาเลย พอเดินไปได้ 500เมตร คิดว่าเดินเข้ามาสองต่อสอง ตอนแรกคิดว่าจะทำเขานั่นแหละ จะข่มขืนเขา พอเขาล้ม ก็ชะงัก ไม่เอาดีกว่า ส่ายหัวแล้วเดินออกจากป่า โดยเป็นคนพาเขาออกจากป่า แล้วเขาก็เดินทางกลับ
“ตนยอมรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง โดยทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่ไม่ได้ทำร้ายแค่ดึงแขนเท่านั้น ขอโทษผู้เสียหาย ขอโทษคนไทยที่ทำให้เสียชื่อ ผมเป็นคนนิสัยไม่ดี ผมผิดคนเดียว คนไทยไม่เป็นอย่างผม ผมขอโทษที่ทำให้คนไทยเสียชื่อ” นายปราโมทย์ยกมือไหว้ขอโทษท้ายสุด
ส่วนที่ ตำรวจท่องเที่ยวกาญจนบุรี เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ได้รับแจ้งว่า มีหญิงนักท่องเที่ยวต่างชาติชาวลิทัวเนีย ถูกลวนลามและพยายามข่มขืนกระทำชำเรา เหตุเกิด บริเวณถนนสายเขื่อนศรีนครินทร์-น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อ.ศรีสวัสดิ์ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมด้วยล่ามแปลภาษาเดินทางไปให้ความช่วยเหลือหญิงนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว
จากการสอบถามทราบว่าหญิงสาวนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนในจังหวัดกาญจนบุรี และเช่ารถจักรยานยนต์จากร้านในตัวเมืองกาญจน์ ขี่ไปท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ตามลำพัง เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา
โดย หญิงนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกเอราวัณ แต่เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำตกปิดให้บริการจึงไม่สามารถเข้าไปได้ จึงขี่รถจักรยานยนต์ออกมาตามเส้นทางและพบกับนายปราโมทย์ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งพยายามเข้ามาพูดคุยตีสนิทโดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ในการแปลภาษา ก่อนออกอุบายล่อลวงหญิงนักท่องเที่ยว ว่ารู้ทางลัดที่จะสามารถเข้าไปเที่ยวในน้ำตกเอราวัณได้ หญิงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเห็นว่าชายคนดังกล่าวดูน่าเชื่อถือจึงหลงกลขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไป
โดยผู้ก่อเหตุให้ จอดรถทิ้งไว้ที่บริเวณบ่อขยะ ก่อนเดินเท้าเข้าไปในป่าละเมาะประมาณ 300 เมตร จากนั้นพยายามใช้กำลังล่วงละเมิดและพยายามจะข่มขืน แต่สาวนักท่องเที่ยวพยายามต่อสู้ขัดขืนอย่างเต็มที่ จนสามารถวิ่งหลบหนีออกมาได้และขี่รถจักรยานยนต์มาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่
หลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวผู้เสียหายนำคลิปวีดีโอ ที่สามารถถ่ายภาพของผู้ก่อเหตุจากทางด้านหลังเอาไว้ได้ให้เป็นหลักฐานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการออกติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ โดยใช้เวลาไม่นานในการประสานความร่วมมือ กับผู้นำชุมชนในพื้นที่จนได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุทำงานเป็นลูกจ้างของหน่วยราชการในพื้นที่
ทางตำรวจจึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวมาสอบปากคำ เบื้องต้นผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรศรีสวัสดิ์ดำเนินคดี ในข้อหากระทำอนาจาร
ส่วนทางอุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีคำสั่งไล่ออกและเลิกจ้าง นายปราโมทย์ ผู้ก่อเหตุออกจากตำแหน่งลูกจ้างทันที และประสานตำรวจ สภ.ศรีสวัสดิ์ ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด