ดีเอสไอ ลงพื้นที่ภูเก็ต บุกทลายเครือข่าย สำนักงานกฎหมาย รับจดทะเบียนบริษัทนอมินีให้คนต่างด้าว เกือบ 70 บริษัท รัฐเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

วันที่ 15 มิ.ย. 2566 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายทวีวัฒน์ สุรสิทธิ์ ผอ.กองคดีความมั่นคง คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ ที่ 295/2565 สนธิกำลังร่วมกับจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย บริษัทสำนักกฎหมายรับทำบัญชีที่มีพฤติการณ์รับจดทะเบียนให้บริษัทต่างชาติ เพื่อประกอบธุรกิจอันผิดกฎหมายนอมินี จำนวน 3 จุด มีพฤติการณ์รับจ้างจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดให้แก่คนต่างด้าว โดยใช้ชื่อของลูกจ้างในสำนักงานถือหุ้นแทนคนต่างด้าวจำนวนเกือบ 70 บริษัท

อันเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นยังไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้ แต่คาดว่าบริษัทนอมินีดังกล่าว อาจจะไปประกอบธุรกิจต้องห้าม ทำให้เกิดความเสียหายในระบบเศรษฐกิจได้เป็นจำนวนมากผลการตรวจค้นพบว่า มีการจัดให้เจ้าหน้าที่ของบริษัท เข้าเป็นผู้ถือหุ้นในลักษณะนอมินีของชาวต่างชาติ และจากข้อมูลในการตรวจค้นครั้งนี้ พบบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 44 บริษัท การท่องเที่ยว 8 บริษัท และการบริการอื่นอีก 14 บริษัท ที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้ง 44 บริษัท มีมูลค่าการถือครองอสังหาริมทรัพย์ 10-20 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 440 ล้านบาท ในการทำธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนผู้ถือหุ้นที่มิได้มีโอนขายเปลี่ยนแปลงทางสำนักงานที่ดิน ทำให้รัฐสูญเสียภาษีและค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมเหล่านี้ ต่อครั้งประมาณ 8% ในแต่ละครั้ง รัฐต้องสูญเสียการทำรายได้จากค่าธรรมเนียม ประมาณ 35 ล้านบาท กรณีนี้จะมีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกต่อไปว่ามีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น ลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์แทนกี่ครั้ง หากยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงการทำธุรกรรมกับกรมที่ดินหลายครั้ง เบื้องต้นจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน