สผ. เผยความร่วมมือ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ SB58 ร่วมขับเคลื่อนลดโลกร้อน – ลดก๊าซเรือนกระจก
27 มิ.ย. 66 – ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ประจำปี พ.ศ. 2566 หรือ 58th Sessions of the Subsidiary Bodies (SB58) ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 5 – 15 มิ.ย. 66 ที่ผ่านมา

ตนในฐานะผู้แทนประเทศไทย และหน่วยประสานงานกลางของประเทศภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) พร้อมด้วยผู้แทนองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุม นั้น
ดร.พิรุณ กล่าวอีกว่า SB58 มีภาคีสมาชิกเข้าร่วมจำนวน 189 ภาคี ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ อาทิ 1. การจัดทำเป้าหมายระดับโลกด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Global Goal on Adaptation: GGA) ซึ่งหารือเกี่ยวกับเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านการปรับตัวฯ ที่เหมาะสม การสนับสนุนทางการเงินเพื่อดำเนินงานตามแผน รวมทั้งความเชื่อมโยงกับอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและกรอบการดำเนินงานเซนไดเพื่อลดความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ ซึ่งจะเสนอให้รับรองโครงสร้าง (Structural elements) รายงาน GGA ที่ COP28

2. การประเมินสถานการณ์ดำเนินงานระดับโลก (Global Stocktake: GST) ภายใต้ความตกลงปารีส ที่จะช่วยขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกและการรับตัวฯ (NDC และ NAP) ของประเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมโดยคำนึงกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจะมีการรับรองร่างโครงสร้างของ GST ที่ COP28
3. กลไกภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส ที่เน้นย้ำถึงความโปร่งใสและป้องกันการนับซ้ำในการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ โดยจะมีการพัฒนาคู่มือสนับสนุนการจัดทำและส่ง Initial Report ตามกลไก Article 6.2 และระเบียบวิธีการดำเนินงานตามกลไก Article 6.4 รวมถึงความสอดคล้องกันของทั้ง 2 กลไกดังกล่าว
4. Mitigation work programme เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกให้บรรลุเป้าหมายตามความตกลงปารีส ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปเนื่องจากความเห็นที่ต่างกันของประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาในเรื่องการให้การสนับสนุนทางการเงิน ทั้งนี้ ภาคีคาดหวังให้นำมาพิจารณาใน COP28 อีกครั้ง

เลขาฯสผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม SB58 จะมีการจัดประชุมย่อยในประเด็นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาของภาคีสมาชิก ซึ่งคณะผู้แทนไทยจะได้เข้าร่วมและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และนำมาประกอบการเตรียมท่าทีไทยก่อนไปเข้าร่วมประชุม COP28 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในระหว่างวันที่ 30 พ.ย. -12 ธ.ค. 66 เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย