ยะลา นักท่องเที่ยว มาเลเซีย-สิงคโปร์ ติดใจรสชาติสะตอถิ่นเบตง แห่แวะซื้อติดมือกลับประเทศ แม่ค้าเผย ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ยอดขายดี นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เชื่อกินเป็นยา

30 มิ.ย. 66 – ที่หน้าตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา บรรดาแม่ค้านำผลผลิตสะตอในพื้นที่มาวางจำหน่ายให้ประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ได้เลือกซื้อจำนวนมาก

ซึ่งมีทั้งแบบแกะเม็ดขายแบ่งเป็นถุง ถุงเล็กครึ่งกิโลกรัม 150 บาท ถุงใหญ่กิโลกรัมละ300 บาทโดยมีคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ไปเลือกซื้อกันอย่างคึกคักก่อนกลับบ้าน

แม่ค้าขายสะตอ บอกว่า ช่วงนี้สะตอเริ่มมีผลผลิตออกมาตั้งแต่เปิดประเทศ ซึ่งปีนี้ผลผลิตสะตอออกมาเยอะ ชาวมาเลย์ชอบซื้อเพราะเขาบอกว่าเป็นยาเบาหวาน ความดัน เพราะสะตอมีรสขม เขาชอบกินมาก แต่กินมากไม่ได้จะร้อนใน ซื้อไปกินเพื่อเป็นยา และมาเลย์บางคนชอบกินเปล่าๆก็มี คนหนึ่งซื้อกลับไปคนละ 3-4 กิโลกรัม

ส่วนร้านอาหารในมาเลเซียมักจะข้ามแดนมาซื้อ เพราะสะตอที่มาเลเซีย 2 ขีด 150 บาท ส่วนราคาที่เบตงสะตอแกะเม็ดแล้วกิโลกรัมละ 300 บาท เป็นฝัก ลูกสวยเม็ดใหญ่ กิโลกรัมละ 400-500 บาท สะตอเม็ดเล็กกิโลกรัมละ 300-350 บาท เป็นสะตอในท้องถิ่นของเบตงเลย

โดยสะตอจะ มี 2 แบบ คือ สะตอข้าว และสะตอดาน สะตอดานเม็ดจะใหญ่ ส่วนสะตอข้าวเม็ดจะเล็ก รสชาติของสะตอดานออกรสขมนิดๆ และมีเผ็ดปนเล็กน้อย ส่วนสะตอข้าวรสชาติจะออกมันๆ และมีรสหวาน ขมไม่มาก ชาวมาเลย์นิยมซื้อสะตอข้าวของเบตง ส่วนร้านอาหารในมาเลเซียจะชอบสั่งสะตอเม็ดเล็ก

ส่วนรายได้จะตกอยู่ที่วันละ 1,000-1,800 บาท หลังจากหักทุนแล้ว ซึ่งรายได้แต่ละวันขึ้นอยู่กับสะตอจะมีมากหรือมีน้อย สะตอเบตงเริ่มออกมากแล้ว ปีนี้ออกทั้งปี ซึ่งขายหมดทุกวันจนต้องเพิ่มจำนวน

โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและก่อนเดินทางกลับประเทศจะแวะซื้อสะตอและผลไม้อื่นๆ ของไทยนำกลับไปบริโภค และไปประกอบอาหาร

ซึ่งในปีนี้สะตอออกผลผลิตเยอะมาก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ต่างนิยมซื้อสะตอแบบแกะเม็ดไปประกอบอาหาร เพราะทราบดีว่า สะตอมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก เชื่อว่าการรับประทานเป็นประจำจะช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ ช่วยลดความดันโลหิต มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยในการขับถ่าย

นอกจากนี้ แม่ค้าสะตอยังได้บอกวิธีระงับกลิ่นปากจากการรับประทานสะตอว่า เมื่อรับประทานสะตอเข้าไปแล้ว จะมีกลิ่นปาก ซึ่งเราสามารถกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นี้ได้ด้วยการรับประทานมะเขือเปราะตามไป ประมาณ 2-3 ลูก จะช่วยให้ในการดับกลิ่นเหม็นเขียวของสะตอได้ดีในระดับหนึ่ง

ขณะที่ จนท.สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวว่า ในการบริโภคสะตอนั้น ควรบริโภคให้พอเหมาะเนื่องจากสะตอมีกรดยูริกสูง สำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์ หรือผู้ที่มีกรดยูริกในร่างกายสูงเกินค่ามาตรฐานควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสะตอ เพราะอาจจะทำให้เกิดโรคเกาต์กำเริบได้ และกรดยูริกในร่างกายที่สูงยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่ว โรคไตอักเสบ และมีอาการหูอื้ออีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน