ลูกชายคลั่ง หึงเมียกับพ่อตัวเอง อาละวาดลั่นบ้าน ทำร้ายย่า ไล่แทงพ่อ น้องชาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดี พบประวัติเสพยา
เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 3 ก.ค.2566 พ.ต.ต.เจนณรงค์ ละครรัมย์ สว.(สอบสวน) สภ.แกลง ระยอง ได้รับแจ้ง เกิดเหตุมีคนใช้ อาวุธมีดไล่ฟันคนภายในบ้าน เหตุเกิดที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.12 ต.บ้านนา อ.แกลง จ.ระยอง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าระงับเหตุ และ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์ เดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวพบชาวบ้านต่างตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าไปตรวจสอบ พบกับนายธเนศ อายุ 22 ปี กำลังนั่งอยู่หน้าบ้านโดยมีภรรยายืนคุมอยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบ โดยพบว่ามือด้านขวามีบาดแผลจากการถูกมีดบาด จึงเกลี้ยกล่อมจนกระทั่งนายธเนศยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวไปสอบสวน ที่ สภ.แกลง
ในบ้านเกิดเหตุ พบ ย่าของผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ จากการถูก นายธเนศ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ กระโดดถีบจนล้มลงศีรษะฟาดพื้นมีอาการปวดศีรษะจึงรีบนำตัวส่ง รพ.แกลง เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว
ด้านน้องชายผู้ก่อเหตุให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองกับย่า อยู่ในบ้าน จู่ นายธเนศพี่ชาย ก็ได้โวยวาย ตนเองกับย่าจึงเดินออกไปที่หน้าประตู นายธเนศ ได้กระโดดถีบย่าจนล้มจึงรีบอุ้มย่าเข้าบ้าน นายธเนศ ยังไม่หยุด เดินปรี่จะเข้าทำร้าย ตนเองจึงคว้ามีดทำครัวมาถือไว้ นายธเนศจึงหยุด และ เดินไปถือมีดปลายแหลมมา
ตนเองจึงรีบเข้าบ้านปิดประตูล็อกไว้ทันที นายธเนศยังไม่ยอมหยุด ใช้มีดแทงประตูและยืนโวยวายเสียงดัง หมายจะเข้ามาแทงคนในบ้าน จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุ จนกระทั่ง ภรรยาของผู้ก่อเหตุเข้ามาห้ามไว้จึงยอมหยุด เป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงพอดี โดยพี่ชายเคยเสพยาบ้า
ด้านนายไกรเพชร อายุ 55 ปี ได้ให้การว่า ตนเป็นพ่อผู้ก่อเหตุ สุดเอือมระอากับลูกชายคนนี้มาก อาละวาดบ่อยครั้ง สาเหตุ คือหึงเมีย ระแวงว่าพ่อจะไปยุ่งกับเมีย ตนเองต้องย้ายไปเช่าบ้านอยู่อีกหลังหนึ่ง แต่ก็ยังอาละวาดพังข้าวของบ่อยครั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ อาละวาดมาแล้วหลายครั้ง
โดยบุตรชายเป็นคนอารมณ์รุนแรง และ มีอาการทางประสาท จากการเกิดอุบัติเหตุจนสมองได้รับการกระทบกระเทือน ทุกวันนี้ช่วยเมียขายอาหารตามสั่ง ติดทหารก็หนีไม่ยอมไปเพราะหลงและหวงเมีย ไม่รู้จะทำอย่างไรกับลูกชายคนนี้แล้วไม่ไหวแล้ว ไม่รู้ว่าวันไหนจะโดนฆ่า ไม่นึกว่าจะต้องมาระวังลูกในไส้จะทำร้าย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้ผู้ก่อเหตุสงบสติอารมณ์ก่อน เพราะยังพูดจาวกวน เตรียมตรวจสารเสพติด และ ตรวจสอบประวัติเกี่ยวกับเรื่องหนีทหาร เพื่อดำเนินคดีต่อไป

