ลูกติดยาหนัก งานไม่ทำขอแต่เงินทุกวัน พอไม่ได้ ทำร้ายพ่อแม่เจ็บหนัก เย็บ 11 เข็ม พ่อต้องไหว้ขอชีวิต หวั่นลูกออกจากคุกแล้วมาฆ่า

วันที่ 6 ก.ค.66 นางวาสนา อายุ 48 ปี และนายอุดม อายุ 51 ปี ชาว บ้านโนนงาม ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ขอความช่วยเหลือ เพราะลูกชายติดยาบ้า ทำร้ายบิดามารดา บาดเจ็บ จึงอยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือนำบุตรชาย เข้าสู่การบำบัดรักษา เพราะถ้าไม่รักษา เชื่อว่าลูกชายต้องฆ่าพ่อแม่แน่ ๆ

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังดังกล่าว พบกับนางวาสนา มีบาดแผลที่กลางศีรษะ เย็บ 7 เข็ม ที่หน้าผากด้านขวา เย็บ 4 เข็ม มีผ้าก็อตปิดแผลเอาไว้ นอกจากนี้ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ นอกจากนี้ยังพบว่า ประตูห้องนอน ถูกทำลายจนเป็นรูขนาดใหญ่ทุกห้อง

นายอุดม กล่าวว่า ลูกชายติดยาบ้า แต่ละวันจะขอเงินเช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 20-50-100 บาท เอาไปซื้อยาบ้ามาเสพ และไม่ทำงาน เคยทำร้ายพ่อแม่มาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้หนักที่สุด จนแทบเอาชีวิตไม่รอด โดยในวันเกิดเหตุ ช่วงเช้าของวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ได้ขับรถพานายโกมินทร์ หมวดนามน อายุ 26 ปี ลูกชายคนโตไปทำบัตรประชาชน กลับถึงบ้านตอนบ่าย ลูกชายก็ขอเงิน แต่พ่อไม่ให้ โดยบอกกับลูกชายว่า เอาไว้ให้แม่ซื้อกับข้าวให้กิน ลูกชายไม่พอใจตรงเข้าชก เตะ ต่อยหลายครั้ง จึงตัดสินใจควักเงินให้ 50 บาท เมื่อได้เงินลูกชายก็ออกจากบ้านไป ตนจึงออกไปทำนา

ด้าน นางวาสนา กล่าวว่า ช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ สามีพาลูกชายคนโตไปทำบัตรประชาชน ส่วนตนกับลูกชายคนเล็กไปทำนา ช่วงบ่ายสามีไปที่นาในสภาพบอบช้ำทั่วร่างกาย โดยสามีบอกว่า ถูกลูกชายคนโตทำร้ายร่างกาย ตอนเย็นตนจึงกลับเข้าบ้าน เพื่อนึ่งข้าวและทำกับข้าวกินกัน ขณะกำลังนั่งก่อไฟที่เตาถ่าน นายโกมินทร์ เดินมาขอเงิน จึงบอกว่าไม่มี ก็ตรงเข้ามาเตะจนฟุบลงกับพื้นดิน

จากนั้นก็เอาด้ามไม้กวาด ยาว 80 ซม.มาฟาดตามร่างกายหลายสิบครั้ง ตั้งสติลุกขึ้นได้รีบวิ่งออกจากบ้าน นายโกมินทร์ ก็วิ่งไล่ตีที่ศีรษะจนแตก กระทั่งมีชาวบ้านมาช่วยเหลือไว้ได้ ญาติพี่น้อง จึงพาตนส่งที่รพ.และพาเข้าแจ้งความ แต่ตำรวจบอกว่า ให้มาแจ้งในวันถัดไป เพราะร้อยเวรไม่อยู่ จึงได้กลับบ้านและมาแจ้งความในวันที่ 4 ก.ค. 66 ส่วนลูกชายก็ถูกตำรวจจับตัวไปเรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้อยากขอความช่วยเหลือยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเอาลูกชายไปบำบัดรักษาอาการติดยาบ้าให้ด้วย บำบัดเป็นปียิ่งดี เพราะไม่เช่นนั้น ลูกชายออกจากคุกมา ต้องมาลักเอาทรัพย์สินของมีค่าในบ้านไปขาย เพราะที่ผ่านมาในแต่ละวัน ถ้าพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน ลูกชายไม่มีเงินซื้อยาบ้าเสพ ลูกชายจะเอาข้าวเปลือกไปขาย เอาเงินมาซื้อยาบ้าเสพ และเชื่อว่า ถ้าลูกชายออกจากคุก ก็จะกลับมาเสพยาบ้าอีก และจะต้องฆ่าพ่อกับแม่แน่นอน

ขณะที่ พ.ต.อ.พิชัย นาขันดี ผกก.สภ.มัญจาคีรี กล่าวว่า ช่วงเย็นวันที่ 3 กค.3ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตำบล รับแจ้งเหตุ ทำร้ายร่างกายบุพการี ซึ่งบ้านหลังดังกล่าว มีเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตำบลนางามจึงประสานขอกำลังจากชุดสายตรวจร้อยเวร 20 เข้าควบคุมตัวนำตัว นายโกมินทร์ ได้ที่บ้านพัก นำตัวมาที่ สภ.มัญจาคีรี และทำการตรวจปัสสาวะ พบเป็นสีม่วง และนายโกมินทร์ก็รับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง จึงแจ้งข้อหา เสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวไว้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

กรณีของผู้เสียหายที่เป็นมารดานั้น ทราบว่า ถูกตี บาดเจ็บ มีญาติเข้าแจ้งความ ตำรวจจึงแนะนำไปว่า ให้ไปพบแพทย์รักษาตัวก่อนค่อยมาแจ้งความก็ได้ จากนั้นวันต่อมาผู้เสียหายได้มาแจ้งความ และให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว จากการสอบสวนมารดาและบิดา ต่างก็ยืนยันให้ตำรวจดำเนินคดีกับลูกชาย พนักงานสอบสวน จึงได้แจ้งข้อหากับนายโกมินทร์อีก 1 ข้อหาคือทำร้ายบุพการี ตามป.อาญา มาตรา 296

ซึ่งนายโกมินทร์ก็รับสารภาพว่า ที่ทำร้ายบิดามารดา เพราะโมโหที่ขอเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพไม่ได้ จึงทำร้ายมารดาตัวเอง และชกต่อยบิดา หลังทราบรายละเอียดและผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ พนักงานได้ส่งตัวผู้ต้องหาไปที่ศาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน