เปิดวงจรปิด นาทีเพื่อนป้าอ้อยขับรถไปทิ้งศพลงหน้าผา อ.ศรีสวัสดิ์ พบใช้เวลาแค่ 30 นาที แจ้ง 5 ข้อหาหนัก เรียกสามีน.ส.สาว สอบปากคำเพิ่ม

กรณีการหายตัวไปของ นางดารัณ แพลอย หรือป้าอ้อย เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่เย็นวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากการออกสืบสวน รวบรวมข้อมูลอย่างละเอียด จนนำไปสู่การจับกุม น.ส.วิลาวัณย์ แสงประดับเพชร หรือสาว อายุ 38 ปี เพื่อนร่วมงาน และออกหมายจับ นายนิติ หรือ กอล์ฟ ผู้ร่วมก่อเหตุ ใน 5 ข้อหาหนัก ซึ่งมีพยานหลักฐานในการกระทำความผิด จนถึงขณะนี้น.ส.สาว และนายกอล์ฟ ยังคงถูกคุมตัวอยู่ในห้องขังสภ.เมืองกาญจนบุรี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 ก.ค.66 ลูกชายและลูกสะใภ้ของป้าอ้อย เดินทางมาที่สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมกับ นายรพี ชำนาญเรือ ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือในเรื่องของการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาตัวของป้าอ้อย

นายระพี กล่าวว่า ตอนนี้ทางครอบครัวของป้าอ้อยยังคงอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ และยังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน ในส่วนของการเดินทางมาที่สภ.เมืองกาญจนบุรีในวันนี้ ก็เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงพบกับเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัด ที่จะเข้ามาให้การช่วยเหลือในส่วนของเงินเยียวยา และช่วยจัดหาทนายความมาว่าความให้กับครอบครัวของป้าอ้อยด้วย

นายรพี ยังกล่าวถึงเรื่องของขบวนการจ้างคนไปดาวน์รถแล้วนำรถไปขาย ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ป้าอ้อยถูกฆาตกรรมในครั้งนี้ และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดด้วย นอกจากครอบครัวของป้าอ้อยที่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว

ผู้สื่อข่าวพบว่า ทางพนักงานสอบสวนยังเรียกตัวสามีของน.ส.สาว เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งมีกระแสข่าวว่าสามีของน.ส.สาว ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนวันเกิดเหตุไม่กี่วัน ได้ยินน.ส.สาวบ่นให้ฟังว่า อยากจะหาวิธีการเก็บคนบางคน ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นป้าอ้อยหรือไม่

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว ตรวจสอบคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิด จากบริเวณด้านหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่น.ส.สาวและนายกอล์ฟ นำศพของป้าอ้อยไปโยนทิ้งหน้าผาประมาณ 8 กิโลเมตร พบว่าในวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ป้าอ้อยหายตัวไปนั้น รถของน.ส.สาวขับผ่านบริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเป็ด เมื่อเวลาประมาณ 14.39 น. ก่อนจะขับผ่านกล้องอีกหลายตัว ซึ่งอยู่ตามเส้นทางมุ่งหน้าไปยังจุดทิ้งศพ

ก่อนที่รถจะขับกลับมาผ่าน ณ จุดเดิม ในเวลาประมาณ 15.11 น. รวมแล้วใช้ระยะเวลา จากจุดที่กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ครั้งแรก ที่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเป็ดไปจนถึงจุดที่ทิ้งศพ ประมาณ 30 นาที เท่านั้น

ทำให้เชื่อได้ว่าทั้ง 2 คนน่าจะรีบนำศพของป้าอ้อยโยนลงหน้าผา บริเวณจุดที่พบศพ และรีบขับรถกลับ เข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี เพื่อนำเอกสารหลักฐานและทรัพย์สินต่างๆ ของป้าอ้อยไปเผาทำลายในช่วงเย็นวันที่ 30 มิ.ย. กระทั่งมีผู้ไปพบบัตรประชาชนและทรัพย์สินของป้าอ้อยที่ถูกเผาที่บริเวณ ท่าน้ำบ้านท่า

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน