กระบะหัวร้อน เข้าเกียร์อาร์ ถอยชนไม่ยั้ง พังยับเยิน บนถนนในพื้นที่ จ.สระบุรี ก่อนขับหลบหนี ด้าน คู่กรณี โร่แจ้งความแล้ว เผย ทำเสียรายได้ เปิดปมเดือด

วันที่12 ก.ค.2566 จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิป กระบะ 4 ประตู สีขาว ถอยหลังพุ่งชนรถกระบะตอนเดียวสีขาวแบบมีคอก พร้อมระบุข้อความว่า “คนสมัยนี้โหดจริง” หลังจากเห็นคลิปดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นางยุภาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของคลิป

กระบะหัวร้อน เข้าเกียร์อาร์ ถอยชนไม่ยั้ง พังยับเยิน บนถนนในพื้นที่ จ.สระบุรี ก่อนขับหลบหนี

กระบะหัวร้อน เข้าเกียร์อาร์ ถอยชนไม่ยั้ง พังยับเยิน บนถนนในพื้นที่ จ.สระบุรี ก่อนขับหลบหนี

นางยุภาพร กล่าวว่า ขณะที่ตนพร้อมสามี และปู่ขับรถกลับจากอ้อมน้อย จ.นครปฐม เพื่อไปรับวัตถุดิบสำหรับผสมอาหารปลา โดยขับรถมาถึงช่วงถนนพุทธมณฑล สาย 4 สามีตนเป็นคนขับอยู่ในช่องทางด่วน ได้มีรถกระบะ 4 ประตู สีขาว ที่วิ่งอยู่ช่องทางคู่ขนานพยายามที่จะเข้ามาในช่องทางด่วน แต่จังหวะนั้นการจราจรรถหนาแน่น สามีตนจึงไม่ได้ให้รถกระบะ 4 ประตูเข้ามาในช่องทางได้

นางยุภาพร กล่าวต่อว่า แต่กระบะ 4 ประตูพยายามจะเข้ามาให้ได้ จึงเกิดการเฉี่ยวชนกันเกิดขึ้น ทำให้รถของตนมีรอยที่กระจกมองข้างด้านซ้าย และที่ขอบซุ้มล้อด้านซ้ายเป็นรอยเฉี่ยวชน สามีตนจึงได้จอดรถชิดด้านซ้ายเพื่อจะได้ลงไปพูดคุยตกลงกันเรื่องความเสียหาย เพราะรถตนมีประกันชั้น 1 ซึ่งรถกระบะ 4 ประตูจอดอยู่ด้านหน้ารถตน และจอดชิดขอบทางด้านซ้าย

นางยุภาพร กล่าวอีกว่า ตนได้ลงรถเพื่อจะไปพูดคุย โดยมีผู้หญิงอายุ 30 กว่าปี ลงจากรถกระบะ 4 ประตูมาเหมือนกัน ช่วงนั้นคนขับกระบะ 4 ประตู ได้ถอยหลังรถพุ่งมาชนรถของตน และขับรถเดินหน้าแล้วพุ่งมาชนอีกรวม 3 ครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายเป็นครั้งที่ถอยหลังพุ่งมาชนแรงที่สุดที่มีคลิปปรากฏ จังหวะเดียวกันรถกระบะ 4 ประตูได้ขับหนีไป ส่วนรถตนไม่สามารถขับต่อไปได้เนื่องจากด้านหน้ารถพังเสียหายมาก ตนพร้อมสามีและปู่รู้สึกตกใจมากส่งเสียงร้องอยู่ในรถ

นางยุภาพร กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวตนคิดว่ากระบะ 4 ประตูไม่พอใจที่คิดว่ารถของตนไม่ยอมให้รถกระบะ 4 ประตูเข้าแทรกมาในช่องทางเดินรถของตนอย่างแน่นอน ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. จากนั้นตนได้โทรศัพท์แจ้งประกันภัย และยกรถเข้าไปที่ สภ.พุทธมณฑล พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

นางยุภาพร กล่าวด้วยว่า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกตนว่า จะเร่งติดตามตัวผู้ขับรถกระบะ 4 ประตูหัวร้อนมาสอบสวน ส่วนรถของตนในวันนี้ประกันได้ให้รถยกมายกจาก สภ.พุทธมณฑล มาซ่อมที่อู่ ในจ.สระบุรี ซึ่งตนต้องเสียเวลาและขาดรายได้จากการซ่อมรถน่าจะ 2-3 เดือน และรถของตนยังอยู่ในระหว่างผ่อนกับไฟแนนซ์

นางยุภาพร กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากฝากถึงผู้ใช้รถให้ใจเย็น ต่างคนต่างร่วมเดินทางด้วยกันก็อาจจะเครียดหงุดหงิดบ้างเนื่องจากการจราจรติดขัด แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้หรือรุนแรงมากกว่านี้จะทำยังไง ซึ่งตนขาดรายได้ขณะที่รถเข้าซ่อม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน