นักศึกษา ม.อ.ปัตตานี ผิดหวังเสียงจากประชาชนไม่มีค่าพอ ส.ว.ไม่โหวต พิธา เป็นนายกฯ ทำเหมือนไม่เห็นหัว รวมตัวแสดงจุดยืนสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 13 ก.ค.2566 ที่อาคารกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี องค์กรกิจกรรมและนักศึกษาม.อ.ปัตตานี รวมตัวกันเฝ้าดูการลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีของรัฐสภา พร้อมให้กำลังใจนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศ ตามที่ประชาชนลงคะแนนจนเป็นพรรคอันดับ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล
แต่เมื่อการลงคะแนนเสร็จสิ้นปรากฎว่า ส.ว.ส่วนใหญ่เลือกที่จะงดออกเสียง มีเพียง 13 ส.ว.ที่โหวตเห็นชอบให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้นักศึกษารวมตัวกันแสดงจุดยืนสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกจากประชาชนมาเป็นอันดับ 1 แต่วันนี้พบว่าเสียงจากประชาชนไม่มีค่าพอ
นายมูฮัมหมัด มะเซ็ง รองนายกองค์การบริหารองค์กรนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ่านแถลงการณ์ มีใจความว่า องค์กรนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอสนับสนุนตัวแทนพรรคการเมืองที่สามารถรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามหลักการประชาธิปไตยผู้ที่มาจากประชาชนก็ควรได้จัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้กลไกของระบบประชาธิปไตย สามารถดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์
ปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจอื่นและสืบเนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.66 พบว่าพรรคผู้ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 กับพรรคอีก 7 พรรค ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล จึงขอแสดงจุดยืน เรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร สนับสนุนตัวแทนจากพรรคการเมืองที่สามารถรวมเสียงข้างมากได้เป็นนายกรัฐมนตรี และสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ตามหลักการประชาธิปไตย
จากนั้นนายมูฮัมหมัด เปิดเผยว่า จากการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า พรรคที่มาจากประชาชน คือพรรคก้าวไกล มีคะแนนเสียงกว่า 14 ล้านเสียง เป็นแสงสว่างให้ประเทศของเราเดินต่อไปได้ตามระบอบประชาธิปไตยจริง แต่วันนี้ความคาดหวังกลายเป็นความสิ้นหวังและเราจะไปต่ออย่างไร เพราะทุกอย่างควรจะเป็นไปในทางที่ควรจะเดิน อยากจะฝากไปยังผู้มีอำนาจในรัฐสภาว่า
ต้องการอะไรอีก ยังมีอะไรอีก เมื่อทุกอย่างมันมีเหตุผลในตัวอยู่แล้วว่า ประชาธิปไตย คือเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ทำไมถึงไม่เห็นหัวของประชาชน ทำไมถึงไม่ยึดถืออำนาจของประชาชนเป็นใหญ่ ดังนั้นจึงจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อแสดงพลังของประชาชน
ว่าเรามีสิทธิมีเสียง มีสิทธิที่จะพูด มีสิทธิที่จะทำภายใต้รัฐธรรมนูญ และตรงนี้จะแสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ได้เพิกเฉย ประชาชนจับตากับการเลือกตั้ง จับตาในสิ่งที่กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง และรวมต่อสู้กับประชาชนทั่วประเทศ


