สุดฉาว อ้างเป็นตำรวจ โชว์ความเหี้ยม เรียกรีดเงินแรงงานเมียนมา ข่มขู่ จนต้องควักแบงก์พันให้ พบหลักฐานชัด ก่อเหตุโชกโชน ตีกินแบบนี้ ต้องเอาเรื่องให้เด็ดขาด

วันที่ 12 ส.ค.2566 นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกลุ่มกล้าที่จะก้าว ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุหญิงแรงงานเมียนมา ทำงานร้านขายอาหาร ในอ.เมือง จ.นนทบุรี หลังวันที่ 8 ส.ค. โดนชายฉกรรจ์เข้ามา อ้างเป็นตำรวจ ขอเก็บเงินค่าดูแลร้าน เดือนละ 500 บาท ซึ่งผู้เสียหายปฏิเสธจ่าย พอได้ทำเอกสารถูกต้องแล้ว

เหยื่อเผยว่าไปกู้เงินมาเกือบ 3 หมื่นบาท เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการยื่นขอเอกสารการทำงานในประเทศไทยให้ถูกต้องแล้ว ทำให้ชายคนที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจเกิดความไม่พอใจ พร้อมกับขอตรวจเอกสารอนุญาตทำงานและหนังสือเดินทางของตน เมื่อพบว่ายังไม่หมดอายุ ชายคนดังกล่าวอ้างว่าดูไม่เข้าใจ จะขอพาตนไปตรวจสอบที่โรงพักเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นตนจึงโทรศัพท์ติดต่อให้คุยกับนายหน้าซึ่ งเป็นคนที่ทำเรื่องเอกสารให้กับตน ทางนายหน้าได้อธิบายให้กับชายดังกล่าวฟังว่า เอกสารยังไม่หมดอายุและขออนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แรงงานหญิงชาวเมียนมา เปิดเผยอีกว่า หลังจากที่ตนปฎิเสธที่จะให้เงินกับเขา ชายคนดังกล่าวจึงได้พูดขู่ตนว่า ถ้าคุณมีปัญหา คุณจะเจออะไรมากกว่านี้อีก เพราะเขาทำอะไรได้มากกว่านี้ ทำให้ตนเกิดความกังวลใจ ทางนายจ้างและนายหน้าคนที่ทำเรื่องเอกสารให้กับตน จึงบอกให้ตนจ่ายเป็นค่าน้ำมันรถให้ชายทั้งสองคนไป 1 พันบาท เพื่อจะได้ไม่มีปัญหา

ดังนั้นตนจึงตัดสินใจจ่ายเงินให้ไป 1 พันบาท ก่อนที่ชายทั้งสองคนจะกลับออกจากร้านไป แต่ก็ยังกลัวและเป็นห่วงว่า หลังจากนี้ไป อาจจะถูกกลั่นแกล้งอะไรตามคำขู่หรือไม่ จึงตัดสินขอความช่วยเหลือไปยังเพจกล้าที่จะก้าวให้ลงพื้นที่มาช่วยเหลือตน

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้แรงงานหญิงต่างแดน ได้จ่ายเงินค่าหัวรายเดือนให้กับชายกรรจ์ชุดนี้เดือนละ 500 บาท มาเป็นระยะเวลาถึง 5-6 ปี เนื่องจากก่อนหน้านี้เหยื่อยังไม่มีเอกสารอนุญาตทำงาน ทำให้จำใจต้องจ่ายเงินค่าหัวรายเดือนให้ไป

อย่างไรก็ดี ต่อมาทางแรงงานรายนี้ได้ไปกู้ยืมเงินจำนวน 3 หมื่นบาทมาใช้ในการดำเนินการทำเอกสารให้ถูกต้องแล้ว แต่ก็ยังถูกชายคนดังกล่าวมาตามเก็บเงินค่าหัวอยู่อีก พอถูกปฎิเสธไม่จ่ายให้ ก็พูดจาข่มขู่แรงงานหญิงต่างด้าวรายนี้ว่า หรืออาจสร้างความเดือดร้อนให้ได้มากกว่านี้

สาเหตุนี้ทำให้แรงงานต้องจำใจจ่ายเงินเป็นค่าน้ำมันรถให้ไปในวันนั้นจำนวน 1 พันบาท เพราะไม่อยากมีปัญหาหรือทำให้นายจ้างที่เจ้าของร้านไม่สบายใจ

จากข้อมูลคลิปวงจรปิดที่ทางเพจได้รับมานั้น เมื่อได้ตรวจสอบลงไปพบว่าชายฉกรรจ์ 2 รายที่เดินทางมาที่ร้านเพื่อเรียกเก็บเงินค่าหัวรายเดือนนั้นเป็นตำรวจจริง 1 นาย และเป็นอาสาสมัครตำรวจอีก 1 นาย

นอกจากนี้ทางเพจยังได้รับแจ้งเบาะแสข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาอีกว่า ชาย 2 รายนี้ยังได้เรียกเก็บเงินกับแรงงานต่างด้าวที่โรงน้ำแข็งแห่งหนึ่ง และแรงงานที่อู่ซ่อมสีรถอีกด้วย

โดยเมื่อไปตามเก็บเงินค่าหัวรายเดือนแล้วไม่ได้ก็มักจะมีพฤติกรรมพูดจาโวยวายเสียงดังและข่มขู่ ซึ่งตนทราบแล้วว่าชายคนที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจนั้นเป็นตำรวจสังกัดในพื้นที่จริง ตนมีพยานบุคคลที่พร้อมยืนยันพฤติกรรมของชาย 2 คนนี้ว่าไปเรียกเก็บเงินค่าคุ้มครองรายหัวจากแรงงานต่างด้าวตรงไหนมาบ้าง

ทั้งนี้หลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วจะได้ทำหนังสือถึงผู้ใหญ่ในจังหวัดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน