มช.-แอตแลนต้า ทุ่มทุน 1,000 ล้าน เปิดโรงงานปลูกกัญชาในระบบปิด เพื่อผลิตกัญชาทางการแพทย์ มาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย ใช้งานจริงต้นปี 2567

วันที่ 15 ส.ค.2566 ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีพิธีเปิดโรงงานปลูกกัญชาในระบบปิด เพื่อผลิตกัญชาทางการแพทย์ มาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย ที่บริษัท แคนน์ดู ฟาร์ม่า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด และบริษัท อ่างแก้ว โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นโรงงานผลิตกัญชาทางการแพทย์ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

มี ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) นายศุภเดช อำนวยสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัดและผู้บริหารของ มช.และบริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัดเข้าร่วม

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ กล่าวเปิดว่า โรงงานปลูกและผลิตผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์มุ่งหวังที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ยาจากสารสกัดกัญชาที่ผลิตได้เองภายในประเทศทุกกระบวนการ มีมาตรฐานครบถ้วน เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมยาระดับโลก นอกจากนี้ มช. และบริษัทฯ ยังมีแนวทางจะพัฒนาต่อยอดงานวิจัยเพื่อพัฒนาสูตรตำรับยากัญชาทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ยากัญชาทางการแพทย์ในการรักษาโรคอื่นๆ

เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด ภาวะปวดประสาท ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง อันจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพชีวิตไม่เฉพาะเพื่อคนไทยแต่ยังเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งโลก ดังแนวคิด “ผลิตโดยคนไทย มาตรฐานสากล เพื่อคนทั้งโลก” ทั้งนี้ในเบื้องต้นจะผลิตยารักษาโรคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขใน 5 กลุ่มโรคก่อนจะขยายไปสู่โรคอื่นต่อไป

ศ.เกียรติคุณ ดร.สัญชัย จตุรสิทธา สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มช. ในฐานะผู้ประสานงานความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ กล่าวว่า โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มช. และ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด เรื่อง วิจัย พัฒนา เพื่อผลิตสารสกัดกัญชาระดับ Medical Grade เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากโรคร้ายแรงและโรคเรื้อรังหลายโรคในปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วย เช่น โรคลมชักที่รักษายากและดื้อต่อยารักษา และโรคพาร์กินสัน ทำให้แพทย์ได้หันมาใช้ยาแผนปัจจุบันที่ผลิตจากพืชสมุนไพรโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์เข้ามาช่วยในการรักษาด้วยเหตุนี้

จึงจำเป็นต้องมีการวิจัยและพัฒนาการผลิตกัญชาเกรดการแพทย์ตลอดทั้งกระบวนการโดยอาศัยทีมวิจัยที่เชี่ยวชาญของ มช. ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การคัดเลือกพัฒนาสายพันธุ์และการวิจัยสภาวะในการปลูกที่เหมาะสมโดยคณะเกษตรศาสตร์ ส่วนกลางน้ำ คือ การสกัด และการควบคุมคุณภาพนำไปสู่การพัฒนาเป็นสูตรตำรับยา โดยคณะเภสัชศาสตร์ ไปจนถึงปลายน้ำ คือ การทดสอบทางคลินิกและการนำไปใช้ทางการแพทย์ โดยคณะแพทยศาสตร์

อีกทั้งยังมีการบูรณาการความรู้ระหว่างคณะ และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ เป็นต้น เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมบูรณาการ และมุ่งเน้นให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ด้าน นายศุภเดช กล่าวว่า โรงงานผลิตกัญชาทางการแพทย์ นำผลการวิจัยของ มช. มาใช้ในขั้นตอนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง โดยลงทุนสร้างโรงงานพร้อมงบวิจัยและพัฒนาร่วมกับ มช.รวมกว่า 1,000 ล้านบาท บนเนื้อที่ 16 ไร่ปฏิบัติตามแนวทางของหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร มกษ. 3502-2561และ Good Agricultural and Collection Practices (GACP) ภายใต้ห้องสะอาดระดับ Cleanroom Class D ที่สามารถปลูกกัญชาได้ผลผลิตดอกกัญชาแห้งเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 7,000 กิโลกรัมต่อปีในช่วงเริ่มต้นจะสามารถผลิตยา Oral Liquid Dosage Form ได้ไม่ต่ำกว่า 220,000 ขวด ต่อปี

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดี ในฐานะผู้รับผิดชอบในการประสานงานและเจรจาเพื่อจัดทำตัวแบบธุรกิจและการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ กล่าวเสริมว่า ภายในงานเปิดตัวโรงงานฯ ยังมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การนำผลงานวิจัยที่พัฒนาขึ้นไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยบริษัท อ่างแก้ว โฮลดิ้ง จำกัด ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด

จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ในนาม บริษัท แคนน์ดู ฟาร์ม่า จำกัด เพื่อเป็นตัวแทนในการดำเนินการปลูก ผลิตผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่ได้จากผลงานวิจัยเข้าสู่ระบบโรงพยาบาลเพื่อใช้กับผู้ป่วยที่มีความต้องการใช้ในการรักษาทางการแพทย์ โดยสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกล็อตที่มีการนำไปใช้งาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน