“รมว.ทส.” ปลื้ม!!พะยูนไทยเพิ่มขึ้น เดินหน้า “แผนพะยูนฯ ระยะที่ 2” ชวนปชช.ร่วมระลึก 4 ปีการจากไปมาเรียม – ยามีล ในงานวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองกระบี่ อ.เมือง จ.กระบี่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดกิจกรรมงานวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 “ระลึกถึงมาเรียม ยามีล ร่วมใจกันรักษ์พี่น้องและพ่อแม่พะยูนของไทย” โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. มอบหมายให้นายพิชิต สมบัติมาก รองปลัดทส. เป็นประธานในพิธี พร้อมกันนี้ นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผวจ.กระบี่ กล่าวต้อนรับ

ในโอกาสนี้ นายอภิชัย เอกวนากุล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมด้วยพล.ร.ต.ภุชงค์ รอดนิกร เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีทช. และนายภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ ประธานมูลนิธิอันดามัน ตลอดจนคณะผู้บริหารสังกัด ทส. ทัพเรือภาคที่ 3 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ องค์กร ชุมชนชายฝั่ง ภาคีเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงนักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานกว่า 500 คน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. กล่าวว่า 4 ปีแห่งการจากไปของมาเรียมและยามีลพะยูนน้อยแห่งทะเลอันดามัน ทำให้สังคมหันมาสนใจในการอนุรักษ์พะยูน และตระหนักถึงปัญหาของขยะทะเลกันมากขึ้น ตนได้มอบหมายให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. กำชับใช้กรมทะเลฯ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานในสังกัดร่วมกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน ผ่านกระบวนการทำงานภายใต้ มาเรียมโปรเจค

จากการสำรวจประเมินประชากรพะยูนในปี 2565 พบพะยูนประมาณ 273 ตัว และในปี 2566 อยู่ระหว่างการสำรวจในพื้นที่แหล่งอาศัยพะยูนทั้ง 13 แห่ง ประกอบด้วย 1.บริเวณเกาะลิบง เกาะมุก และอ่าวสิเกา จ.ตรัง 2.เกาะศรีบอยา เกาะปู เกาะจำ และอ่าวนาง จ.กระบี่ 3.เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ อ่าวพังงา จ.พังงา อ่าวป่าคลอก จ.ภูเก็ต 4.เกาะลิดี เกาะสาหร่าย จ.สตูล 5.เกาะพระทอง จ.พังงา 6.หมู่เกาะกรูด จ.ตราด 7.อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี 8.ปากน้ำประแส จ.ระยอง 9.อ่าวสัตหีบ จ.ชลบุรี 10.อ่าวทุ่งคาสวี จ.ชุมพร 11.อ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี 12.อ่าวปัตตานี จ.ปัตตานี และ 13.อ่าวเตล็ด จ.นครศรีธรรมราช

จากความร่วมมือในการดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระยะที่ 1 นั้น ถือว่าผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่น่าพอใจ เพราะเราสามารถเพิ่มจำนวนพะยูนในธรรมชาติได้เพิ่มขึ้นและยังสามารถออกกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศให้แหล่งอาศัยของพะยูนในอำเภอปะเหลียน อำเภอหาดสำราญ อำเภอย่านตาขาว อำเภอกันตัง และอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ให้ใช้มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งในอนาคต จะเดินหน้าสานต่อการจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2568) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในการเพิ่มจำนวนประชากรของพะยูนในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา ต้องขอชื่นชมกับพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคส่วนต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอน แก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และจัดการปัญหาขยะทะเลตั้งแต่ต้นทางก่อนลงสู่ทะเล อีกทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการจัดการแบบเต็มรูปแบบอีกด้วย

นายอภิชัย กล่าวเสริมว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 62 เป็นวันที่พะยูนมาเรียมเสียชีวิต และต่อมาพะยูนยามีลก็เสียชีวิตเช่นกัน ลูกพะยูนทั้งสองตัวถูกพบในจ.กระบี่ สาเหตุหลักของการตายเกิดจากการพลัดพรากจากแม่ที่คอยดูแลให้นม แล้วมีอาการเจ็บป่วยเนื่องจากมีขยะอยู่ในร่างกาย เรื่องราวของลูกพะยูนขณะนั้นมีผลทำให้ทุกฝ่ายหันมาให้ความสนใจกับประเด็นการอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเล และตระหนักถึงปัญหาขยะทะเลที่เป็นสาเหตุการตายของพะยูนมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการระลึกถึงมาเรียมและยามีล จึงกำหนดให้วันที่ 17 ส.ค. ของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ โดยกรมทะเลฯ ได้เร่งดำเนินการเพิ่มจำนวนประชากรพะยูนและแหล่งหญ้าทะเล และสานต่อแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระยะที่ 2 (2566-2568) พร้อมบูรณาการร่วมกับจังหวัด อปท. ชุมชนชายฝั่ง อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ผู้ประกอบการ และประชาชน ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูสัตว์ทะเลหายากทุกชนิด โดยเฉพาะพะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต่อไป

ดังนั้น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เล็งเห็นถึงสิ่งสำคัญในการอนุรักษ์พะยูน จึงจัดกิจกรรมงานวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 “ระลึกถึงมาเรียม ยามีล ร่วมใจกันรักษ์พี่น้องและพ่อแม่พะยูนของไทย” ขึ้น ระหว่างวันที่ 16 – 17 ส.ค. 66 เพื่อประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกแก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พะยูน และแหล่งหญ้าทะเลของไทย ตลอดจนจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่การดำเนินโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในพระดำริฯ

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการด้านการอนุรักษ์พะยูน และหญ้าทะเลของหน่วยงานต่างๆ การออกบูธจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง องค์กรเอกชน ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งมีเวทีเสวนาให้ความรู้วิชาการในหัวข้อ “อดีต ปัจจุบัน และอนาคตพะยูนไทย” รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ “เรื่องเล่าน้องมาเรียม ยามีล สู่การจัดการพะยูน และแหล่งหญ้าทะเลของประเทศไทย นอกจากนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมปลูกฟื้นฟูหญ้าทะเล และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ณ บริเวณอ่าวน้ำเมา ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งจัดโดย ทัพเรือภาคที่ 3 กรม ทช. กรม อส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

 

“สุดท้ายนี้ ตนขอฝากถึงพี่น้องประชาชน เนื่องในวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ 17 สิงหาคม ของทุกปี เราจะมาร่วมกันแสดงความยินดีถึงความสำเร็จ ที่ทุกฝ่ายต่างร่วมมือช่วยกันทำให้จำนวนพะยูนในธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และสิ่งสำคัญต้องขอขอบคุณองค์กรพันธมิตรที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริม อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะทรัพยากรพะยูนที่นับวันจะสูญหายไปจากท้องทะเลไทยให้กลับมามีจำนวนเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ต่อไป” นายอภิชัย กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน