สภาผู้บริโภค เรียกร้องธนาคารใช้อำนาจ พรก.ป้องกันปราบอาชญากรรมไซเบอร์ปิดบัญชีม้าเต็มประสิทธิภาพ ชงตั้งศูนย์ไซเบอร์รัฐ จัดการปัญหามิจฉาชีพเร่งด่วน หลังสถิติการก่อคดีต่อเนื่องและอายัดความเสียหายยังน้อย ไม่เต็มประสิทธิภาพ
วันที่ 21 ส.ค.2566 น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคเป็นห่วงผู้บริโภค หลังพบมิจฉาชีพไซเบอร์ยังก่อคดีต่อเนื่องหลอกลวงดูดเงินในบัญชีธนาคารของประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการโทรศัพท์และส่งลิงค์ให้เหยื่อกดลิงก์ เพื่อเข้าถึงข้อมูลและดูดเงินไปในที่สุด
สถิติตั้งแต่ต้นปี 2566 ก่อนพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 17 มี.ค. 2566 พบว่า มีเรื่องเรียนแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงเฉลี่ย 790 เรื่องต่อวัน สามารถระงับการทำธุรกรรมหรือ อายัดบัญชีธนาคาร ปกป้องการสูญเสียเงินได้ 6.5% ของความเสียหายทั้งหมด ขณะที่หลังพ.ร.ก.ดังกล่าวบังคับใช้ การร้องเรียนลดลงเหลือ 591 เรื่องต่อวัน และมีอัตราการอายัดปกป้องเงินบัญชีได้เพิ่มขึ้นเป็น 10.6 % ต่อวันของความเสียหายทั้งหมด
โดยสภาองค์กรของผู้บริโภค เห็นว่าแม้สถิติจะบ่งชี้ว่าการออก พ.ร.ก. มีผลต่อการลดลงของเรื่องร้องเรียน แต่การจัดการยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอต่อการยั้บยั้งการก่ออาชญากรรมของมิจฉาชีพ เพราะยังมีเรื่องร้องเรียนสูงถึง 591 เรื่องต่อวัน และอายัดบัญชี ปกป้องความเสียหายได้เพียง 10.6% จากความเสียหายทั้งหมด ข้อมูลดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า ระบบการอายัดบัญชีม้าของธนาคารยังมีปัญหา ไม่ทันการณ์ จำเป็นต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
สภาผู้บริโภค คาดหวังว่า หลังการออกพ.ร.ก. การอายัดบัญชีม้าควรจะมีประสิทธิภาพยับยั้งการโจรกรรมทางออนไลน์ได้อย่างน้อยที่สุด 50% ในระยะแรก และยั้บยั้งการรุกคืบของกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซนเตอร์ได้ถึง 80% ในระยะยาว ขอเสนอการใช้วิธี “หนามยอกเอาหนามบ่ง” จัดการปัญหา ด้วยการตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ของรัฐ ที่ต้องมีตัวแทนของธนาคาร ตำรวจไซเบอร์ และเจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
โดยทำงานร่วมกันตลอด 24 ชั่ว โมง รับเรื่องร้องเรียนและสั่งการระงับธุรกรรมทางการเงินทันทีเมื่อรับแจ้งเหตุมิจฉาชีพออนไลน์หลอกลวง ซึ่งเป็นการลดปัญหาที่แต่ละธนาคารไม่มีเบอร์สายด่วนหมายเลขเดียวกัน และโทรศัพท์แล้วไม่ผู้รับสาย รอสายนาน รวมถึงเพื่อให้ปฎิบัติตามมาตรา 7 ในพระราชกำหนด ที่ให้ธนาคารอายัดบัญชีไว้ชั่วคราวชั่วคราวได้ทันที แล้วจึงไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใน 72 ชั่วโมง
ทั้งนี้ หากยังไม่สามารถจัดตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์แบบเบ็ดเสร็จตามที่เสนอได้ทันที ทางสภาองค์กรของผู้บริโภค ขอให้เร่งทำความเข้าใจเรื่อง พ.ร.ก. ต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารทุกสาขาในประเทศ เพื่อนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมให้ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดบทลงโทษต่อธนาคารพาณิชย์ที่ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายให้ธนาคารพาณิชย์ร่วมรับผิดชอบเยียวยาในจำนวนครึ่งหนึ่งของความเสียหาย หากพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากความไม่ใส่ใจของเจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือธนาคารบกพร่อง ไม่ตอบสนองพ.ร.ก.และไม่รับผิดชอบต่อผู้บริโภค