กรมทะเลชายฝั่ง ปราบผู้บุกรุกและยึดคืนพื้นที่ป่าชายเลนจ.ชุมพร กว่า 2.66 ไร่ มูลค่าความเสียหายของรัฐ 314,757.80 บาท

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายอภิชัย เอกวนากุล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 พบการบุกรุกป่าชายเลนในพื้นที่บริเวณม. 6 และม.12 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ในวานนี้ (21ส.ค.) ตนจึงสั่งการเจ้าหน้าที่ทช.ลงพื้นที่ร่วมกับท้องถิ่นร่วมตรวจสอบบริเวณดังกล่าว

นายอภิชัย กล่าวว่า จากการตรวจอบพบมีการใช้รถแบคโฮไถปรับพื้นที่ป่าช่ายเลน มีการขุดร่องน้ำในพื้นที่ พบพันธุ์ไม้ป่าชายเลนถูกโค่นล้ม พื้นที่ป่าเสียหาย เนื้อที่ 2.66 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐ 314,757.80 บาท พื้นที่ดังกล่าว คาบเกี่ยวกับแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองตะโก คลองท่าทอง และคลองบางมุด และอยู่นอกเขตป่าชายเลนตามมติครม. 15 ธ.ค. 30 และ 22 ส.ค. 43 แต่มีระบบนิเวศเป็นป่าชายเลน จึงเป็นป่าชายเลนโดยสภาพ

ขณะตรวจสอบพบนายจันทรานน ญาณโสภณา คนขับรถแบคโฮ อยู่ในที่เกิดเหตุ จึงนำตัวส่งสภ.ทุ่งตะโก ส่วนรถแบคโฮนำไปเก็บรักษาไว้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ม.12 บ้านห้วยคล้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายอภิชัย กล่าวอีกว่า การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนในปัจจุบันมีจำนวนมาก ซึ่งนอกจากกลุ่มนายทุนและผู้บุกรุกแล้ว ก็ยังมีประชาชนทั่วไปและกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าการบุกรุกบริเวณพื้นที่ป่าชายเลนนั้น มีความผิดและมีโทษทางอาญา รวมทั้งต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งต่อรัฐอีกด้วย ไม่ว่าจะมีเจตนาในการการบุกรุกป่าหรือไม่ก็ตาม โดยที่ผ่านมากรม ทช. ได้ร่วมกับหน่วยงานของรัฐ และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล เพื่อเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับการทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นอกจากนี้ กรมฯได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อรณรงค์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้านการบุกรุกและทำลายทรัพยากรป่าชายเลน ในโอกาสนี้ จึงอยากฝากให้หน่วยงานของรัฐ และเอกชน รวมถึงพี่น้องประชาชน ร่วมกันประชาสัมพันธ์ถึงประโยชน์ของป่าชายเลน

เนื่องจากป่าชายเลนนั้นมีความสำคัญและประโยชน์มากมาย เพราะป่าชายเลนเป็นแหล่งรวมทรัพยากรทั้งพืช สัตว์น้ำและสัตว์บกนานาชนิด ซึ่งมีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศของธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของคลื่นทะเล เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินบริเวณชายฝั่ง และยังช่วยชะลอความเร็วของลมพายุให้ลดลงก่อนที่จะขึ้นสู่ฝั่งไม่ให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงกับพื้นที่ผู้อยู่อาศัย และพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณชายฝั่ง

สุดท้ายนี้ หากใครพบเห็นการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน หรือ พบการทำประมงผิดกฎหมาย สามารถแจ้งมายังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร.1362 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่เร่งเข้าตรวจสอบ และช่วยเหลือได้ทันท่วงที ต่อไป

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน