สสส. สานพลังภาคีสุขภาพ จัดกิจกรรม เดิน-วิ่ง จากก้าวแรกสู่ก้าวต่อไป รำลึกหมออุดมศิลป์
วันที่ 5 ส.ค.2566 ที่สวนลุมพินี กรุงเทพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลัง ภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง จากก้าวแรกสู่ก้าวต่อไป” ระยะทาง 5 กม. เพื่อรำลึกถึง ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษากรรมการกองทุน สสส. ที่ได้มีคุณูปการในการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 500 คน
ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ศ.นพ.อุดมศิลป์ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพของคนไทย อยู่คู่กับ สสส. มาตลอด 22 ปี ท่านเป็นผู้วางรากฐานการเดิน วิ่งในสังคม กระตุ้นให้สาธารณชนตระหนักรู้ถึงประโยชน์จากการดูแลสุขภาพ จุดประกายกระแสวิ่งสู่วิถีชีวิตใหม่ อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังเป็นเสาหลัก เรื่องการรณรงค์สื่อสาร อาทิ “จน เครียด กินเหล้า” “ให้เหล้าเท่ากับแช่ง”
รวมถึงการพาประเทศไทยเป็นแกนนำในการผลักดันให้เกิดเครือข่ายควบคุมแอลกอฮอล์โลก ของ Global alcohols policy และอยู่ระหว่างการผลักดันให้มีกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์โลก รวมถึงปกป้ององค์กรจากผลกระทบต่างๆ ให้รอดพ้นวิกฤต สสส. ยังคงมุ่งมั่นสานต่องานเพื่อก้าวสู่สิ่งที่ดีขึ้นในทศวรรษต่อไป
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ศ.นพ.อุดมศิลป์ ท่านเป็นจิตแพทย์ ที่ร่วมรณรงค์สังคมปลอดบุหรี่มาตั้งแต่แรก ซึ่งในปี 2537 ริเริ่มแนะนำให้มีการจัดกิจกรรมวิ่งรณรงค์ 4 ภาคเพื่อการไม่สูบบุหรี่ ในปี 2544 เป็น 1 ใน 9 ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกกำลังกาย กีฬา และเป็นที่ปรึกษามาจนถึงปัจจุบัน ในการผลักดันกฎหมายสุรา ยาสูบ การทำงานของ ศ.นพ.อุดมศิลป์ มีเป้าหมายในการขจัดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนั้น จะร่วมสานต่อรณรงค์ไม่สูบบุหรี่จวบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเช่นกัน
ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า ศ.นพ.อุดมศิลป์ เป็นผู้บุกเบิก สคล. ริเริ่มขบวนการรณรงค์งดเหล้าของประเทศไทย ลงพื้นที่ไปทุกภูมิภาคเพื่อบรรยายให้ประชาชนลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และใช้ทุนทางสังคม เช่น เทศกาลเข้าพรรษา รณรงค์เรื่องงดเหล้าเข้าพรรษา ทำให้ชาวประมงกลุ่มที่ดื่มหนักมาก หยุดดื่มได้ สร้างเครือข่ายงดเหล้าในทุกจังหวัด กระตุ้นพลังในการทำงานอย่างต่อเนื่องมากว่า 20 ปี
โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ศ.นพ.อุดมศิลป์ มีคำเตือนว่า “อย่ายึดตำราความสำเร็จเดิม เน้นสร้างสิ่งใหม่เพื่อผลที่ดีกว่า” สคล. พร้อมสานต่อความตั้งใจของท่านให้สำเร็จในสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สะสมคนหัวใจเพชรรณรงค์ให้คนงดเหล้าต่อไป
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ศ.นพ.อุดมศิลป์ เป็นบุคคลในตำนานบุกเบิกงานวิ่งที่มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 1 แสนคน เป็นประธานคนแรกของสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยที่สร้างภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ร่วมจัดงานวิ่งกว่า 3,000 สนามการแข่งขันต่อปี
รวมถึงปิดสวนลุมพินีไม่ให้มีรถวิ่งจนเป็นต้นแบบในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี รวมถึงบุกเบิกการจัดงานวิ่งสมาธิ เนื่องจากท่านเห็นความสำคัญของจิตที่แจ่มใสเกิดในร่างกายที่แข็งแรง ท่านได้ฝากบทบาทการทำงานสร้างเสริมสุขภาพให้ทุกคนมีวิถีชีวิตที่ดีครอบคลุมทั้ง 4 มิติ สสส. จะสานต่อสิ่งที่ท่านฝากไว้ในบทบาทที่เกี่ยวข้องให้ดีที่สุด
ประเด็นสัม สสส.
ด้านดร.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส.ในฐานะภาคีเครือข่าย กล่าวว่า งานวิ่งครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของหมออุดมศิลป์ ที่ริเริ่มความรู้เรื่องการวิ่งเพื่อสุขภาพมารณรงค์ในไทย ซึ่งสมัยก่อนการวิ่งยังอยู่ในวงจำกัด เพราะ 40 ปีก่อน คนวิ่งก็มีแต่นักมวยหรือคนบ้า แต่ขณะที่หมออุดมศิลป์ ป่วยเป็นโรคหัวใจ ได้อ่านหนังสือที่เขียนถึงนักบินชาวต่างชาติที่หันมาออกกำลังกายเพราะเป็นโรคหัวใจ
ก่อนนำมาเป็นแรงบันดาลใจ ไปวิ่งมาราธอนเอง แล้วเขียนบทความลงนิตยสารหมอชาวบ้าน ก่อนพิมพ์รวมเล่มเป็นหนังสือชื่อ “วิ่งสู่ชีวิตใหม่” สร้างกระแสการวิ่งเพื่อสุขภาพ ซึ่งหมออุดมศิลป์ เคยตั้งชมรมวิ่งในสวนลุมพินี ที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน พวกเราไม่อยากให้เรื่องราวหมอหยุดไป หลังหมอจบชีวิต จึงรณรงค์เพื่อให้ประชาชนหันมาดูแลตัวเอง
นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส.กล่าวว่า กระแสการวิ่งออกกำลังกาย เริ่มจากหมออุดมศิลป์ที่เปลี่ยนตัวเองด้วยการวิ่งเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา ก่อนริเริ่มจัดงานวิ่งในตำนาน คืองานวิ่งลอยฟ้าเฉลิมพระเกียรติที่สะพานพระราม 9 เมื่อปี 2530(คลิปสั้น)
การวิ่งสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพของคนออกกำลัง ทำให้จิตใจดี โดยตัวหมออุดมศิลป์เอง ได้เขียนหนังสือวิ่งสู่วิถีชีวิตใหม่เพื่อนำองค์ความรู้มาส่งตัวให้ผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติที่ผ่านมา มีงานวิจัยพบว่าหากย้อนกลับไป 10 ปีก่อน คนไทยจะออกกำลังกายปีละ 1 ล้านคน จะเห็นคนหันมาสนใจเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้การจัดงานวิ่งจากเดิมปีละ 100-200 งาน เพิ่มเป็น 3,000 งาน นักวิ่ง 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 9-15 ล้านคน ถือว่ากระแสการวิ่งออกกำลังกายจุดติด หลายคนหันมางดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ และหมออุดมศิลป์ ยังเป็นแกนนำจัดงานวิ่งในตำนาน เมื่อปี 2530 ที่มีคนร่วมวิ่งนับแสนคน สสส.จะสารต่อเจตนารมย์ ให้ความรู้สาธารณะ ขับเคลื่อนนโยบาย สร้างภาคีเครือข่ายให้ผู้คนมาเข้าร่วมสร้างสุขภาพที่ดี(คลิปยาว)
ทางหนุ่ย นายธีรวัฒน์ เถลิงสกุล ผู้ร่วมงานวัย 47 ปี กล่าวว่า ตนเองเกิดมาในครอบครัวนักวิ่ง โตมากับสวนลุมพินี ช่วงปี 2527 หมออุดมศิลป์ดังมาก ตัวเองมานั่งฟังหมอพูดกับพ่อประจำ แต่ยอมรับว่าไม่ชอบการวิ่งเพราะเหนื่อยมาก ครั้งแรกได้มาร่วมงานวิ่งลอยฟ้า สัมผัสการวิ่งครั้งแรกเพราะอยากได้เสื้อ
สำหรับตน ระยะทาง 10 กิโลเมตรสำหรับเด็ก 8 ขวบก็ขยาดไปเลย แต่ก็ยังไปงานวิ่งหลายที่ ได้เห็นบรรยากาศ จนได้มาทำงานกับหมออุดมศิลป์ หมอก็ถามไถว่าเมื่อไหร่ตนจะวิ่ง กระทั่งพ่อตนเริ่มป่วยอัลไซเมอร์ ตนก็อยากวิ่งให้เขาชื่นใจ และคิดว่าถ้าเราไม่วิ่ง คงจะดูแลพ่อไม่ได้ ถ้าป่วยติดเตียง
เพราะเพื่อนๆ ก็เริ่มป่วยเยอะ ประกอบกับหมอได้เขียนหนังสือ พอได้อ่าน ก็เข้ามาเริ่มวิ่ง มีโค้ชและนักโภชนาการเข้ามาแนะนำ สร้างความมั่นใจจนเราวิ่งได้ ตอนแรกน้ำหนัก 140 กก.ลดไปเหลือ 100 กก.หากตอนนั้นไม่วิ่ง อาจจะทะลุ 150 กก.ต้องนั่งรถเข็นมาทำงานไหม หรืออาจจะหนักกว่าเพราะเคยป่วยเป็นโควิด ตอนนี้วิ่งแล้วความดันลดลง การหลับนอนดีขึ้น ตื่นนอนดีขึ้น
ตนเคยมองว่าทำไมเราวิ่งไม่เร็วขึ้น แต่มีคนวิ่งมาแตะไหล่บอกสู้ๆ เป็นกำลังใจให้ พอหันไปก็มีคนวิ่งตามหลังตั้งเยอะ แต่เราเอาแต่มองไปข้างหน้า จนรู้สึกว่าไม่มีทางชนะ แต่การลุกขึ้นมาวิ่ง เราเอาชนะตัวเองทุกวัน ถ้าไม่เริ่มวิ่งตั้งแต่ตอนนั้น อาจป่วยติดเตียงไปแล้วเมื่อไหร่ก็ได้