กรมชลประทาน สั่งทุกโครงการชลประทาน หาแหล่งน้ำสำรอง รับแล้งปี’66 หลังคาดการณ์ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีน้ำใช้หน้าแล้ง 7 พันล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานทุกพื้นที่สำรวจและหาแหล่งสำรองน้ำเพื่อกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดรองรับสถานการณ์ในฤดูแล้งปี 2566/67 และเตรียมความพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักรเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำน้อย

เนื่องจากในการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำทางกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สถานการณ์เอลนีโญว่ามีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ในฤดูแล้งปีนี้(1พ.ย.2566 ถึง 30 เม.ย.67 ) ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะมีปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลักรวมกันประมาณ 7,000 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับ 1 พ.ย. 65 มีน้ำใช้การได้ประมาณ 14,000 ล้านลบ.ม. จากปริมาณน้ำดังกล่าวจะเพียงพอเฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น

ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย กรมชลประทานจึงขอความร่วมมือเกษตรกรงดการทำนาปีต่อเนื่อง และเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยในฤดูแล้ง ปี 2566/2567 ซึ่งกรมจะมีมาตรการช่วยเหลือด้านการจ้างงานในช่วงเวลาดังกล่าวอีกทางหนึ่ง

“การบริหารน้ำนั้นกรมชลฯได้วางแผนบริหารน้ำต่อเนื่อง 2 ปี โดยให้มีการกักเก็บน้ำในฤดูฝนทั้งในอ่างเก็บน้ำ ห้วยหนอง คลอง บึงและแก้มลิง และการชะลอน้ำในลำน้ำธรรมชาติรวมถึงการทำทำนบชั่วคราวบริเวณปากแม่น้ำก่อนลงแม่น้ำนานาชาติหรือทะเลเพื่อสะสมน้ำสำหรับฤดูแล้งให้ได้มากที่สุดจากภาวะเอลนีโญ ขณะที่เครื่องมือ เครื่องจักร ต้องพร้อมใช้งานสำหรับสนับสนุนช่วยเกษตรกรและประชาชนในทุกพื้นที่โครงการ”นายประพิศกล่าว

ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กล่าวว่า กรมอุตุฯคาดว่า ในเดือน ก.ย. จะเริ่มมีฝนตกต่อเนื่องมากขึ้น และจะมีพายุเข้ามาประมาณ 1-2 ลูกในช่วงเดือน ก.ย.และต.ค. แต่เพื่อความไม่ประมาทจากภาวะเอลนีโญที่จะส่งผลต่อปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

ดังนั้นจะมีการประชุมพิจารณาเพื่อปรับลดการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักโดยให้เกษตรกรใช้น้ำฝนและน้ำท่าเป็นหลัก และหากสิ้นฤดูแล้งปริมาณน้ำไม่เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์หรือเพียงพอต่อการปลูกพืชฤดูแล้ง คงไม่มีน้ำสนับสนุนเพียงพอในการปลูกข้าวนาปรัง และต้องขอความร่วมมือกับประชาชนในการเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 66 ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 5/2566 ได้พิจารณาตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ ว่า ณ 1 พฤศจิกายน 2566 (กรณี One Map ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2566) กรมชลประทานได้คาดว่าปริมาณน้ำใช้การได้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง ทั้งประเทศ มีน้ำใช้การรวม 22,825 ล้าน ลบ.ม. (48%) น้อยกว่าปี 2565 จำนวน 13,037 ล้านลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำ 4 เขื่อนหลัก ลุ่มเจ้าพระยา คาดการณ์ปริมาณน้ำใช้การ 6,897 ล้าน ลบ.ม.(38%) น้อยกว่าปี 2565 จำนวน 7,177 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ได้คาดการณ์พื้นที่เกษตรที่จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2566/67 รวมประมาณ 16.51 ล้านไร่ แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน ลุ่มเจ้าพระยา รวม 22 จังหวัด พื้นที่ 7.34 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดภัยแล้ง รวม 60 จังหวัด พื้นที่ 9.17 ล้านไร่.ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการแผนการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน