สัตวแพทย์ รักษาแผลฝีที่สะโพก ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ จนมีขนาดลดลงแล้ว เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.นี้เป็นต้นไป
วันที่ 23 ส.ค.2566 นายสุรัตน์ชัย อินทร์วิเศษ ผอ.สำนักสถาบันคชบาลแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ ว่าหลังจากช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ ได้ย้ายเข้ามาที่ศูนย์วิจัยและควบคุมเฝ้าระวังโรคสถาบันคชบาลแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.2566
เบื้องต้นสัตวแพทย์ได้เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจเบื้องต้นในกระบวนการกักกันและเฝ้าระวังโรค ซึ่งผลจากห้องปฏิบัติการให้ผลลบต่อการตรวจโรคดังนี้ 1.ไม่พบไข่พยาธิในอุจจาระ 2.ไม่พบพยาธิในเลือด 3.ไม่พบโรควัณโรคแท้งติดต่อและฉี่หนู 4.ไม่พบโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคเฮอร์ปีสไวรัส 5. ผลการตรวจค่าโลหิตวิทยาและชีวเคมีในเลือดปกติ
ประกอบกับช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ สามารถกินอาหารและน้ำได้ดี ขับถ่ายปกติ สามารถนอนราบบนพื้นทรายได้เฉลี่ยคืนละ 1-3 ชั่วโมง ทุกๆวันสัตวแพทย์จะเข้าทำความสะอาดแผลฝีที่สะโพกทั้งสองข้างซึ่งปัจจุบันพบว่ามีขนาดลดลงและพ้นกระบวนการกักโรคแล้ว สัตวแพทย์เคลื่อนย้ายช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าง เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยและรักษาช้างพลายศักดิ์สุรินทร์มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
สำหรับแนวทางการรักษา “ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์” สัตวแพทย์จากสถาบันคชบาลแห่งชาติได้ร่วมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ มีอาการเจ็บป่วยจากภายนอกและภายในร่างกาย ได้แก่ ตาด้านขวามีอาการคล้ายต้อกระจก,ขาหน้าด้านซ้ายมีอาการเหยียดตึงและผิดรูป และมีการทำงานของไตบกพร่อง อย่างไรก็ตามเมื่อช้างพลายศักดิ์สุรินทร์เข้าสู่กระบวนการรักษาแล้วจะได้รับการดูแลสุขภาพทั้งทางกายและสุขภาพจิตอย่างใกล้ชิด โดยสัตวแพทย์จะมีการตรวจวัดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ทั้งจากเลือดและอุจจาระอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 18 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมาได้ย้ายพลายศักดิ์สุรินทร์จากศูนย์วิจัยและควบคุมเฝ้าระวังโรค เข้ามาไว้อยู่บริเวณใกล้โรงพยาบาลช้างที่แหล่งพักพิงใหม่ได้ให้เวลาช้างปรับตัวและพักผ่อน พร้อมกับทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เช่น อาบน้ำ กินอาหาร เดินออกกำลังกาย การซักซ้อมพิธีสู่ขวัญช้างที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 ส.ค.นี้ตลอดจนการซักซ้อมพบปะนักท่องเที่ยวในจุดที่ได้จัดไว้ให้ ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.2566 เป็นต้นไป
“หลังจากช้างได้ปรับตัวและมีความคุ้นเคยกับแหล่งพักพิงใหม่แล้ว อนาคตอาจจะพิจารณาหาช้างที่สามารถเข้ากับพลายศักดิ์สุรินทร์ได้เพื่อให้อยู่เป็นเพื่อนกันและได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด สมกับที่ชาวไทยร่วมใจกันนำพาเจ้าพลายกลับมารักษาตัวและให้ใช้ชีวิตในปันปลายในบ้านเกิดเมืองนอน และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ขอยืนยันตั้งปณิธานว่าจะดูแล รักษาช้างพลายศักดิ์สุรินทร์เต็มกำลังความสามารถอย่างดีที่สุด”


